Pavita's profile◄ LadyRing ►PhotosBlogListsMore Tools Help
    11/26/2007

    ...

    ...อย่าเพิ่งปล่อยวางเลยคุณ เพราะตอนนี้คุณยังไม่มีอะไรในมือเลย...
    จาก ปากอาจารย์บุญชัย เล่าเรื่องใครก็ไม่รู้
     
    ...กำลังใจหมด แม้จะตด ยังไม่มีแรง...
    จาก ชื่อเอ็มหญิง โบรกเกอร์สาวที่พยายามหว่านล้อมให้เพื่อนเล่นหุ้นเท่าไหร่ก็ไม่สำเร็จ
     
    ...He who loves practise without theory is like the sailor who boards ship without a rudder and compass and never knows where he may cast...
    จาก หนังสือเลโอนาโด ดา วินชี เค้าว่าเลโอนาโดบอกไว้อย่างงั้น อ่านกะดูรูปจนจบ ช่วงนี้เลยเป็นสมาชิกหนึ่งในลัทธิบูชาลีโอนาโด ดา วินชี ไปแล้ว อยากเป็นอย่างนั้นมั่ง
     
    ส่วนนี้เพลง น้ำตา จาก ซิมพี่เบิร์ด กะลังชอบอยู่...
     
    ก็คนธรรมดา ไม่ใช่เทวดา
    ไม่อาจฝืน ดวงชะตา กำหนดมา ให้แพ้พ่าย
    ต้องให้พบ เวลาที่เหน็บหนาว วันคืน ที่แสนเศร้า อย่างหลีกเลี่ยงไม่ได้
    ก็คืนนี้ หากว่า กำลังเจอ เรื่องราวใด ที่เธอ ไม่อาจ ผ่านพ้นข้ามไป
    เธอยัง จะต้อง เก็บรักษา หยดน้ำตา เอาไว้ ทำไม

    ปลดปล่อยอารมณ์ ร้าวราน ผิดหวัง ภายในใจที่มี
    ตามลำพังคืนนี้ ไม่จำเป็นต้อง ซ่อนไว้
    คนเราจะมีน้ำตา อาจ ไม่ใช่คนอ่อนแอ เสมอไป
    ปล่อยน้ำตาให้ไหล ใช้มัน อยู่เป็น เพื่อนเธอ

    เธอจะผืนใจ ปิดปัง ไม่ให้รู้ ทำเป็น คนเข้มแข็ง ให้ใคร คนอื่นดู
    อาจจะตบตาใคร ต่อใครได้ แต่ที่จริง ข้างใน ของเธอ ก็รู้ดีอยู่
    ก็ปล่อยมัน ให้โอกาสมัน สักครั้ง อย่าให้ถึงวันนั้น ที่ล้นจนมัน เก็บไว้ ไม่อยู่
    ให้เวลา วันนี้ เธอแพ้ได้ จนถึงวันต่อไป ค่อยลุกขึ้นสู้

    ปลดปล่อยอารมณ์ ร้าวราน ผิดหวัง ภายในใจ ที่มี
    ตามลำพังคืนนี้ ไม่จำเป็นต้อง ซ่อนไว้
    คนเรา จะมีน้ำตา อาจ ไม่ใช่คนอ่อนแอ เสมอไป
    ปล่อยน้ำตา ให้ไหล ใช้มัน อยู่เป็น เพื่อนเธอ

    หากใจเจ็บช้ำอย่างนี้ ปล่อยไปก็คงไม่ดี
    น้ำตา มันก็มี หน้าที่ เอาไว้ ล้างใจ
    ใช้มันชำระ ความทรงจำ ให้วันพรุ่งนี้ ของเธอ สดใส

    จะเธอจะเค้าจะฉัน ก็เป็นได้กันทั้งนั้น เหมือนกันไม่ว่า เข้มแข็ง เพียงใด
    ต้องเจอะกับวันเวลา ที่ใจต้องพึ่งพา น้ำตาชำระหัวใจ

    ปลดปล่อยอารมณ์ ร้าวราน ผิดหวัง ภายในใจที่มี
    ตามลำพังคืนนี้ ไม่จำเป็นต้อง ซ่อนไว้
    คนเรา จะมีน้ำตา อาจ ไม่ใช่คนอ่อนแอ เสมอไป
    ปล่อยน้ำตา ให้ไหล ใช้มัน อยู่เป็น เพื่อนเธอ

    ปลดปล่อยอารมณ์ ร้าวราน ผิดหวัง ภายในใจ ที่มี
    ตามลำพังคืนนี้ ไม่จำเป็นต้อง ซ่อนไว้
    คนเรา จะมีน้ำตา อาจ ไม่ใช่คนอ่อนแอ เสมอไป
    ปล่อยน้ำตา ให้ไหล ใช้มัน อยู่เป็น เพื่อนเธอ

    ปล่อยให้มันรินเลย รินไหล ..
    ก่อนที่เธอ จะทนไม่ไหว..
     

    ...

    เฮ่อ... 24-18=6

    เฮ่อ... ทำไงให้เด็กลงซัก 6 ปี จะกลับไปใส่ชุดม.ปลาย เดินกะน้องมาริโอ้ มะช่าย...อยากเอ็นท์ใหม่น่ะ รู้สึกว่าเลือกเรียนผิดชีวิตเปลี่ยนเหลือเกิน เซ็งวุ๊ย เอ่อ...จริงๆ ก็ อยากทำทั้งคู่แหละ

    อยู่ๆ ก็อยากใช้ชีวิตสุนทรีย์
    รู้มาว่าจะมีคอนเสิร์ต Pletnev Returns Mikhail Pletnev conducting The Bangkok Symphony Orchestra อยากฟัง Rhapsody in Blue เพลงเดียวได้ป่ะ 800 แน่ะ หรือจะเอาตังค์ไปดูบัลเลต์ MARIINSKY ดีหว่า 300 เอง เอ๊ะ...หรือดูบัลลังฆ์เมฆดี 500 ตัดสินใจยากจัง

    11/25/2007

    อยากจะขอบคุณ...ที่รู้ใจ

    หลังจากที่ลงประกาศไว้ตามหาเพลงของสุกัญญา มิเกล
    ได้รับความอนุเคราะห์แล้วค่ะ
     
    ขอบคุณจากใจอันใสสะอาดและแววตาบ๊องแบ๊ว
     
    เพียงเธอ 
     
    ดีดีกันไว้
     
    รักเธอจริงๆ
     

    นี่แหละ...สยาม จิ๊กรูปมาจากมัลติช้างพลายของแจ๋วแหวว คอลเลคชั่นนี้แหววทำออกมาเก๋ดี ต้นฉบับเป็นรูปถ่ายที่สยามตอนพาแหววเที่ยวกรุงเทพ ...เข้ากะบรรยากาศของไอรักแห่งสยาม
     
    CIMG0236

    CIMG0246

    Double A

    เมื่อกี้เจอเรื่องชิงไหวชิงพริบกันนิดหน่อยในร้านถ่ายเอกสาร Double A
    หนูแหวนไปถ่ายเอกสาร 8 หน้า พนักงานคิดออกมาราคา 8 บาท
    เลยควักเหรียญจ่ายไป
     
    แต่เอ...นึกได้
    อ้าว งงสิ ปกติมันหน้าละ 50 สต.เองนี่นะ
     
    ก็เลยถามคุณน้องพนักงานดู
    ทราบมาว่า...กฏของร้าน Double A ออกจะตลกดี
    ถ้าถ่ายไม่ถึง 10 หน้าคิดหน้าละ 1 บาท
    มีป้ายยืนยัน
     
    เอ่อเว้ย...เถียงไม่ออกแฮะ
     
    เลยสั่งพนักงาน ...งั้น เอาอีกชุด...
     
    พนักงานก็ว่าง่ายไปถ่ายมาให้อีก
    .
    .
    .
    เธอพลาดแล้ว !
    .
    .
    .
    ขำหน่อยสิ
     
    รู้สึกตัวเองเปล่งแสงออร่าได้กลางร้าน Double A เมื่อกี๊นี้น่ะ
    เดินออกจากร้านอย่างเทพเลย วะฮ่าฮ่า~
     
    ข้อคิด...คนเราควรจะจ่าย 8 บาทเพื่อเอกสาร 16 หน้าสิคะ บ้าป่าว Double A ปากซอย
     
    ปล. บริหารสมองวันละนิดจิตสดชื่น
    11/24/2007

    Love of Siam

    D1 D2 D3 D4
     
    ไปดูรักแห่งสยามมา ชอบมาก อยากสปอยด์
     
    สรุปให้ว่าเป็นหนัง Y อ่อนๆ ละมุนละไม น่ารัก น่าประทับใจ
     
    ชอบคำพูดตอนมิวนอนคุยกะโต้งถึงเรื่อง...ความเหงา...
     
    ตอนเด็กๆความเหงาเกิดจากเราไม่มีเพื่อน แต่โตขึ้น ถึงได้รู้ว่า ความเหงามันทำร้ายเรายังไง เราอยู่กับมันมาตั้งนาน ทำไมเราจะไม่รู้ว่าความเหงามันเหี้ยยังไง...
     
    ชอบฉากที่สองคนอยู่ด้วยกันในหลังปาร์ตี้เลิก เค้าว่ากันว่าเป็นฉากสังหารโหดคนดู เรื่องก็คือ โต้งและมิวเปิดใจกัน โต้งเกาะบ่า สักพักย้ายมือมาขยี้หัว แล้วก็...เอ่อ ทำ CPR กันใต้ต้นไม้ มันน่ารักมากเลยอ่ะจอร์จ
    สวยงาม และอบอุ่น ดีกว่าแฮรี่กะโชแชงอีก
     
    ร้องไห้ทุกฉากของป้านกสินจัย เห็นปากเค้าสั่น น้ำตาก็ไหลแล้ว เข้าใจน้อ หัวอกคนเป็นแม่เป็นเมีย เจ็บไม่ร้อง เหนื่อยไม่บอกใคร ทนๆ ได้ก็ทนๆ เอา เห็นแล้วซึ้งจัง คิดถึงแม่อีกแล้วคืนนี้ แม่...เหนื่อยมั๊ย ?
     
    ชอบน้องหญิง ด้วยนิสัยตัวละคร เธอน่ารักมาก
    ฉากเอามือโต้งมาจับนมนี่ สุดยอดค่ะพี่น้อง กี่เทคคะนั่น !
     
    ติอย่างเดียว โดนัท...สงสัยทิ้งค้างคืนไว้ เลยแข็งไปหน่อย
     
    หนังจบหันมองคนครทั่วๆ โรงแล้ว ทุกคนอิน ยิ้ม ร้องไห้ อิ่มเอมกับหนังมาก ทั้งโรงเต็มไปด้วยคลื่นความรักจริงๆ ชอบๆๆ
     
    คาดว่าทั้งเรื่องพี่มะเดี่ยวเป็นคนบงการทั้งหมด...เพลง เนื้อเพลง บท มุมกล้อง แคสติ้ง
    ชักหลงรักฝีมือผู้ชายคนนี้ซะแล้ว
     
    ออกดีวีดีเมื่อไร จะสอยให้น่วม...
    เรื่องนี้จะเป็นอีกเรื่องที่จะซื้อเก็บแล้วดูซ้ำแล้วซ้ำอีก
    และจะจดจำทุกคำพูด
     
    11/22/2007

    ...

    ตอนนี้จัดงานประชุมอยู่ เหนื่อยเท่าๆ กับตัวกินไข่เลย...
     
    ตัวใหญ่ด้วย
     
    พรุ่งนี้ตื่นตีสี่ รับแขก แถมพรีเซ้นต์เองตอนบ่าย
     
    จบงานนี้ รับเงิน แล้วลาพักยาว...
    11/19/2007

    เพียงเธอ

    ตายละวา...อยากเรียนภาษาฝรั่งเศส (ไอ้ที่เรียนอยู่ยังไม่พออีกรึไง)...เป็น side effect หลังจากดู Rattatouille จบ -*- หลายครั้งที่ฟังเพลงภาษาฝรั่งเศสแล้วรู้สึกว่ามันเซ็กซี่ไฮโซจริงๆ นะ
     
    เดินเซ็นทรัลแล้วเค้าเปิด OST ของหนังเรื่องรักแห่งสยาม ที่จำได้เพราะเพลงกันและกันดังมาเชียว...พอฟังไปฟังมา เดินชอปไปพลาง เย๊ย...เพลง"เพียงเธอ" นี่นา เอามาทำใหม่....ของเจ้าเก่าเจ๊สุกัญญา มิเกล เค้า http://imusic.teenee.com/2/frame/5454.php ใครมี mp3 มั่งค๊าบบบบบ เวอร์ชั่นเก่าเก็บ หายาก...สุดๆ
     
    สุกัญญา มิเกล เป็นนักร้องหญิงอีกคนที่ชอบสุดๆ ชอบเวลาที่เค้าร้อง ร้องไปตรงๆ ชัดเจน ไม่กั๊ก ไม่แอ๊บ ห้าว ดิบ มันส์...อะคูสติกเบาๆ กะเสียงหนักๆ ทุ้มๆ เป็นคลื่นความถี่ที่ทำให้หัวใจสะเทือนได้พอดิบพอดีเลย ชอบหลายเพลงของเจ๊เค้าเลย แต่หาฟังยากจัง ใครมีไฟล์เก็บไว้ ฝากแชร์ให้มั่งนะ...ด้วยสายตาอ้อนวอนหวานเชื่อม
     
    มานั่งคิดๆ เดี๋ยวนี้วงการภาพยนต์เอาเพลงเก่ามา reuse มากขึ้นแฮะ ก็ดีนะ เพลงจะได้กลับมาดังอีกครั้ง ^^
     
    เพียงเธอ
     
    อยากจะขอบคุณที่รู้ใจ เข้าใจสิ่งดีๆ ที่ให้มา
    อยากจะขอบคุณที่สัญญา ว่าใจไม่มีวันห่างเหิน
    กับคนหนึ่งคนที่ไร้วันเวลา หมดกำลังจะก้าวเดิน
    จากคนที่เคยเจ็บเหลือเกิน ที่ใจกลับกลายเป็นเบิกบาน
     
    ผ่านคืนวันโหดร้ายนานเหมือนชั่วกาล กลับมีคนห่วงใยกัน สุขใจทุกวันมีเธออยู่ข้างกาย
    เริ่มรู้จักความหวานกับรักลึกซึ้งหมดใจ เริ่มรู้จักความหมายของคืนวัน
     
    แค่คนหนึ่งคนกับหัวใจให้เธอหมดไปเลยที่ฉันมี
    จะเป็นจะตายจะร้ายดีไม่แคร์ ไม่เคยจะหวั่นไหว
    จะมีแต่เธอที่แสนดีร่วมทางตราบจนวันที่สิ้นใจ
    หนึ่งวันจะนานสักเท่าไร ถ้าไกลห่างเธอไปสักวัน
     
    เสียงใจฉันเองร้องเพลงให้เธอฟังอยู่
    คือเสียงดังจากใจร้องเพลงที่ใครไม่อาจฟัง
    เสียงใจฉันเองร้องเพลงให้เธอฟังอยู่
    คือเสียงดังจากใจร้องเพลงที่ฟังเข้าใจเพียงเรา
     
    11/17/2007

    Coffee Prince

    ช่วงนี้พี้ซีรี่ย์เป็นงานประจำ ดูมาราธอนไม่นอนหลับ เพิ่งดู Coffee Prince จบไป ตลอดสัปดาห์ที่เราอยู่ด้วยกัน หนูแหวนก็ได้หลงรักเจ้าชายซุนกิไปซะแล้ว น่าเสียดายบทน้อยไปหน่อย แต่เท่ห์สุดๆ ไปเลย เนี๊ยบนิ๊ง เงียบ ขรึม วันๆ ทำหน้าเท่ห์ไปทำวาฟเฟิลไป การี๊ดดดดด ถ้าร้านอยู่แถวนี้นะ ขอสมัครสมาชิกขาประจำแน่นอน อดมองย้อนกลับมาดูละแวกตัวเองไม่ได้ ทำไมลูกชายร้านเตี๋ยวเรือหน้าปากซอยไม่หล่อล่ำขาวตี๋อย่างงี้มั่งน้อ... ~
     
    ก็เลย ...http://wiki.d-addicts.com/Kim_Jae_Wook แวะมาจดลิ้งค์ไว้ กลัวลืมชื่อที่รัก
     
    น่ารักมากอ่ะเรื่องนี้ ประทับใจหมดทั้งตัวเรื่อง นักแสดง เสื้อผ้าหน้าผม เพลง ดูเกลี้ยงจนถึงเบื้องหลัง
     
    ไปดูซะ ไปดูซะ ไปดูซะ
     
    ปล. หนังเกาหลีทำให้จิตใจหวั่นไหวได้ถึง 9 ริกเตอร์ แอร๊ยยยยส์
    11/16/2007

    มัธยมศึกษา

    เข้าไปดูมัลติพังของแหวว เห็นรูปโรงเรียนที่แหววไปถ่ายมาแล้วนึกถึงตอนมัธยม... เด็กๆ หลบไป คนแก่อยากย้อนอดีต 555+
     
    ณ ม.ต้น มีหลายอย่างที่ต้องเรียนรู้ เช่น
    • กลัวครูฝ่ายปกครอง ไม่รู้กลัวทำไม แต่กลัวไว้ก่อน หลังจากนั้นเราจะรู้สึกชิน และเป็นเพื่อนเล่นกันไปในที่สุด
    • เราสามารถแบ่งพี่ผู้ชายม. ปลายเป็น 2 ประเภท  คือพวกเทพบุตร ไอดอลประจำโรงเรียน กะพวกปากเน่าเสีย
    • ตกเป็นเบี้ยล่างในงานกีฬาสี
    • ใช้ปากกาลูกลื่นแทนหมึกซึม ต้องหาซื้อแบบที่หัวแหลมเล็กที่สุด รุ่นที่นิมยมสุดๆ คือแลนเซอร์สไปรัล 0.5 มม. ส่วนใหญ่จะเอาฝามาดีดเล่น
    • ลอกการบ้านเพื่อน ลอกคีย์ และลอกสมุดจดงานเพื่เพื่อนเป็นเล่มๆ ตอนโดนเรียกตรวจปลายเทอม
    • การ์ตูนโป๊...ใต้โต๊ะ นึกรึว่าชั้นไม่รู้ว่าพวกแกอ่านอะไรกัน ส่วนชั้น...การ์ตูนตาหวานและนิยายของทมยันตี
    การเรียนของเด็กโรงเรียนนี้เค้าเรียกกันว่าเดินเรียน หมดคาบก็ออกเดินย้ายห้อง มีเวลาย้ายห้องประมาณ 10 นาที เวลา 10 นาทีนี้ ส่วนใหญ่หมดไปกะการวิ่งไปหาขนมกิน แอบซื้อมาไว้ใต้โต๊ะตุนไว้กินระหว่างเรียนด้วย ถึงเวลาเรียนจริงๆ แล้วค่อยวิ่งเอา ถูกมั๊ย ตัวอย่างอาหารยอดนิยมจากประสบการณ์ ได้แก่ ขนมถ้วยฟูหมวดคหกรรม อร่อยมาก... ข้าวเหนียมหมูปิ้ง หมูหยอง ลูกอม และมะม่วง
     
    สอบตก สอบซ่อม แก้ 0 แก้ร. และมส. วิชาที่หนูแหวนตกสม่ำเสมอทุกเทอม คือ คณิตศาสตร์และสังคม พอม.ปลายก็ตกเคมีด้วยอีกวิชา เป็นเพื่อนกัน
     
    บางทีก็มีอะไรที่ดูไร้สาระนิดนึง เช่น
    • มีกระเป๋า ก็ต้องจาคอบเท่านั้น หนีบให้แบนสนิท ตกกลางคืนเอามานอนทับด้วย เอาไว้โชว์ ลายพร้อมไปด้วยสติกเกอร์ประจำแกงค์ ห้อยตุ้งติ้งกระพรวนกุ๊งกิ๊ง
    • ส่วนหนังสือที่ใช้เรียนเอาออกมาถือ หนังสือเล่มไหนที่ใหญ่ๆ จะถูกทึ้งเป็นบทๆ ไม่ก็ทีละครึ่งเทอม และเข้าปกใหม่เองเป็นรูปดารา
    • เสื้อนักเรียน พอลับสายตาครูต้องปล่อยชาย กระโปรงเอาให้เหนือเข่านิดนึง ไม่ก็ยาวถึงตาตุ่มไปเลย ไม่มีคำว่าพอดี
    • เสื้อพละต้องสั่งตัดเข้ารูป กางเกงวอร์มขาบาน
    • รุ่นนั้นรองเท้านักเรียนผู้หญิงต้องพีเอสจูเนียร์ ใช้คัตเตอร์แกะเป็นชื่อที่ส้นด้วย เลียนแบบโฆษณาอะไรซักอย่าง
    ม.6 เป็นเทอม 2 เป็นช่วงที่ว่างมากมาย โรงเรียนไม่ยอมปล่อยเด็กกลับบ้าน ถ้าไม่ปีนรั้วออกไปซะก่อน เราก็ต้องหาแอคทิวิตี้ทำกันในโรงเรียน  อาทิเช่น
    • เข้าห้องสมุด ไม่ได้ขยันอะไร ไม่ได้อ่านหนังสือ ส่วนใหญ่ไม่ไปหาที่นอนเหยียดยาวๆ แถมมีแอร์ ก็ไปเล่นพนันกันทายว่าจะเปิดหนังสือได้หน้าคู่หรือหน้าคี่ ตาละบาท เล่นกันเป็นล่ำเป็นสันทีเดียว
    • ขั้นแอ๊ดวานซ์หน่อย เคยมีคนเอาอุปกรณ์เล่นไฮโลมาโรงเรียนด้วย แต่ไม่ทันไปมุงดูซักที โดยจารย์ปกครองจับไปซะก่อน
    • พวกผู้หญิงอาจจะเข้าห้องน้ำไปให้เพื่อนซอยผมให้...ขณะที่พวกผู้ชายคงไปเตะบอลเล่นบาสให้ตัวเน่าๆ
    • พวกผู้หญิงนั่งดูลายมือ ไพ่ยิปซี...พวกผู้ชายนั่งจับกลุ่มนินทาผู้หญิง
    • วันไหนอารมณ์ดีก็สมัครสมานจุดประทัดระเบิดล็อคเกอร์กันเล่นๆ
    • การละเล่นปัญญาอ่อนที่สารพัดจะคิดขึ้นมาได้ เช่น ไล่จับ มอญซ่อนผ้า หมากเก็บ หมากฝน ดีดปิงปอง...โดนดีดกันน่องลายกลับบ้านสนุกสนานกันจริง ปิงปองขาดแคลนก็ใช้ลูกแก้ว เป่ากบ อูโน่ โกะ เตย ดีดฝาปากกา ดีดหลอดกาแฟ ปีนต้นตะลิงปลิง...และอื่นๆ
    • บางคนก็ขนกีตาร์มาโรงเรียนร้องเพลงแหกปากรบกวนเด็กม. อื่นที่ยังเรียนไม่เสร็จเป็นการไซโคยามให้เปิดประตู ปล่อยพวกตรูออกไปซะดีๆ
    • นั่งจีบกันที่สวนหย่อม ก่อนจบม. ปลาย ตกลงเป็นแฟนกันก็ตอนม. 6 เทอม 2 นี่แหละ...ว่างดีนัก ในขณะที่เพื่อนจีบกันก็มีบางคนตั้งตนเป็นศิราณีรับปรึกษาปัญหาหัวใจ เป็นอาการของพวกที่ไม่มีใครมาจีบแต่ไม่อยากเสียฟอร์ม แหะๆ...
    • บ้างก็ชวนกันไปหาข้าวกินที่โรงอาหารแม้ว่าจะไม่หิว ช่วงนี้จะเป็นช่วงที่หลายคนอ้วนที่สุดในชีวิตมัธยมก็ไม่น่าแปลก

    และอื่นๆ อีกมากมาย ที่คิดถึงทีไรก็...นะ ใครที่ผ่านชีวิตช่วงนี้มาแล้วคงต้องเจออะไรตามนี้บ้างไม่มากก็น้อย ใครที่ยังไม่ผ่านก็ทำให้มันดีๆ นะคะ มันจะเป็นความทรงจำที่ดีไปตลอดชีวิตเลย

    ปล. ชอบช่วงนี้ของชีวิต เพราะเราได้เพื่อนแท้จากที่นี่ ที่ตอนมัธยม

    11/15/2007

    The sexiest man alive

    แอร๊ย.....ส์
     
    นิตยสาร People จัดอันดับ The sexiest man alive ประจำปีนี้ออกมาแร๊วค่ะ Matt Damon เอาที่หนึ่งไปนอนหม่ำ นอกนั้นมีรายชื่อลูกเล็กเด็กแดงในสังกัดหัวใจหลายคนอยู่เหมือนกัน มามะสาวๆ มารุมกันต่อที่ www.people.com
     
    Seriously, เพราะพื้นที่ตรงนี้เก็บไว้ให้อันดับสอง Patrick Dempsey ...หรือ Dr. McDreamy ของหนูแหวน จากซีรี่ย์ยาวเรื่อง Grey's Anatomy
     

    ปรึกษาแหววแล้ว แบบนี้เรียกได้ว่าหล่อขั้นเทพ และจะหล่อขึ้นอีกล้านพันเท่าทวีคูณถ้าได้ดู Grey's Anatomy มองมาทางหน้าจอแต่ละทีแทบจะหยุดหายใจ ตาชวนฝันซะละเกิน แอร๊ยยยยยส์ นึกถึงประโยคที่นางเอกพ่นไฟใส่ที่ว่า Don't look at me like this...like you see me naked ทุกที เซ็กซี่จริงๆ ~

    อันดับ 9 ก็มาจากเรื่อง Grey's Anatomy อีกเหมือนกัน ซีรีย์อะไรเนี่ยะ ดีจัง รวมหนุ่มเซ็กที่ประจำปีไว้ถึง 2 คน อะฮุๆ...

    แต่นะพ่อสกอล์ฟิลส์หลุดโผไปได้ไงหว่า ไม่น่าเลยๆ สงสัยเรตติ้ง Prisonbreak ตกต่ำลงซะแล้ว เอ...มานั่งนึกๆ ดูอีกที น่าจะเป็นการรวมกรุ๊ปผู้ชายแต่ละประเภทมากกว่า ประเภทตาสวยนำโดย Dr. McDreamy ...เลยปล่อยให้สกอลฟิลส์กะพี่จู้ด ลอว์ หลุดโผไปซะได้

    ป๋าเดฟฟ์นี่ก็เป็นของตาย ติดแน่ๆ ไม่น่าปลกใจ แบรดพิทก็ยังโอเค ทอมครูสกะจอร์จคลูนี่ย์หลุดโผไปแล้ว...สงสัยอายุเกิน

     ปล... เมื่อกี้มีคนแอ๊ดเอ็มมาคุยด้วย น้าเน็ก จริงอ่ะ...เข้าใจเล่นนะคะ น้าเค้าฝากบอกว่าอย่าลืมดูรายการเค้าด้วย จัดพื้นที่โฆษณาให้ละกัน ^^
    (ไม่ค่อยเชื่อใจใครในโลกไซเบอร์เท่าไหร่ อย่าให้จับได้ว่าใครแกล้งตรูนะเฟ่ย แม่เอาตาย...แน่ๆ)

    11/14/2007

    ชูมือขึ้นแล้วหมุน ๆ

    มะคืนเมาเบลีย์กะไฮเนเก้น...ลบบล็อคเก่าทิ้งซะงั้น 555+ ทำไปได้คนเรา ~
     
    เอาใหม่ๆ พิมพ์ใหม่ก็ได้
     
    เรื่องมีอยู่ว่า... เมื่อคืนเสิร์ชกูเกิ้ลหาเพลงอะไรซักอย่าแล้วไปเจอนี่เข้า
     
    ภาพนี้วนซ้ายหรือขวา
     
     
    เฉลย http://www.news.com.au/heraldsun/story/0,21985,22556281-661,00.html แปลเอาเอง หนุกดี
     
    เท่าที่ลองถามๆ ดู เพื่อนๆ เราส่วนใหญ่จะเห็นหมุนขวานะ แต่ในบทความเค้าบอกว่าคนส่วนใหญ่จะเห็นหมุมซ้าย ...อาจจะจริงที่เค้าบอกว่าคนเอเซียเราใช้ความรู้สึกได้เก่งว่าเหตุผล
     
    ส่วนหนูแวร๋น
    สาบานได้ตอนที่เห็นรอบแรกถึงกะอึ้ง เพราะเห็นมันหมุนขวาครึ่งวงไปแล้วก็หมุนซ้ายครึ่งวงย้อนกลับ ตอนนี้ในสภาพปกติก็ยังเห็นเป็นเช่นนั้นอยู่ ต้องนั่งดูอยู่หลายวิเหมือนกันถึงจะ อ่อ...มันหมุนรอบจริงๆ ด้วย มันหมุนรอบตัวเองได้ด้วย ทั้งซ้ายและขวาเลย กว่าจะบังคับสมองกะสองตาให้มองเหมือนอื่นเค้าได้... ใกล้บ้ายังเนี่ยะ !
     
    ยิ่งอ่าน ยิ่งดู ยิ่งชอบ เลยส่งให้หมอหมูดู สนุกกันใหญ่
     
    เลยทำการทดลองอะไรแปลกๆ เมื่อคืนนี้... อารมณ์ฉันต้องการทบทวนบางอย่าง อยากเมาเงียบๆ คนเดียว มีมั๊ยนะเพลงนี้
     
    เริ่มโดยการดวดเบียร์ไฮเนเก้นกระป๋องยาว เบลีย์เพียวๆ 1 แก้ว ตามด้วยไฮเนเก้นอีกขวด มอมตัวเอง -*- กะว่าไม่ต้องใช้เหตุผลกันเลยทีเดียว
    แต่ก็ยังมีสติสตางค์กลับมาเปิดบล็อคมาดูรูปนี้อีกรอบ เมาได้วิชาการมาก อยากชมตัวเองจริงๆ
     
    สรุป ภาพก็ยังหมุนซ้ายหมุนขวาสลับกันไป ต่างหน่อยที่รู้สึกเหมือนรูปมันเอียงๆ แหะๆ
     
    จากนั้นก็สลบหัวทิ่มอยู่หน้าจอ แล้วก็บังเอิญไปกดลบบล็อคซะเมื่อไหร่ก็ไม่รู้ เลยต้องมาพิมพ์ใหม่อยู่เนี่ยะ...เฮ้อ
     
    ตื่นมาอีกที ...เมื่อคืนนี้เกิดอะไรขึ้นหรอ ~
     
    ปล. เพียว เบลีย์แกร้ายมาก...17% กะว่าอ่อน ...ที่อ่อนคือคอหนูเองค่า ~ (เหลืออีกครึ่งขวด ไม่กิน จะบูดมั๊ย ?)
    11/12/2007

    ขำกลิ้ง

    เอ๊ะ...คงไม่มีใครว่าอะไรมั๊งถ้าจะมาอัพบล็อคทีวันละหลายๆ เรื่อง ก็ชีวิตตอนนี้มันสนุกนี่นา
     
    วันนี้ตอนบ่ายนั่งรถเมล์เพื่อไปต่อรถไฟฟ้า ระหว่างนั่งรถเมล์ก็ได้ฝึกสนทนาภาษาอังกฤษนอกห้องเรียนกะครอบครัวอินเดีย เค้าจะนั่งรถไปลงจตุจักร เฮ่อ..เข้าใจแล้วว่าอินเดียพูดอังกฤษมันเข้าใจยากเช่นไร วันนี้เข้าใจแล้ว ฟังสำเนียงเค้ากว่าจะรู้เรื่องว่าให้บอกเค้าด้วยเวลาถึงจตุจักร มันก็เกือบถึงแระ เฮ้อ...และเข้าใจหัวอกนังเพียวเวลาได้ไฟล้ท์ไปอินเดียทำไมจึงน่าขยาดนัก เด็กอินเดียนี่เอาแต่ส่ายหัวจริงๆ สปอยด์ชิบ แม่จะไปจตุจักร คุณลูกจะไปวัดโพธิ์ ส่วนคุณพ่อจะไปพาหุรัด... ทำไมไม่ตกลงปัญหาครอบครัวกันให้เสร็จก่อนแล้วค่อยมาถามทางคนอื่นล่ะคะ มาทะเลาะกันต่อหน้าดิฉันเนี่ยะ สนุกมากเลย ...ขณะที่คุณลูกกะลังแหกปากร้อง คุณแม่กะลังทะเลาะกะคุณพ่อ เราก็นะ so, you all got that ? okey...bye หลุดมาได้ก็เดินไล่ควายเลย กลัวครอบครัวหรรษาลากตัวไปเป็นพรีเซ็นเตอร์ท่องเที่ยวไทยส่วนตัวอีก
     
    ขึ้นรถไฟฟ้าไปสยาม เจอฝรั่งหล่อมากกกกกกกกกก นั่งตรงกันข้าม จบอีกเรื่อง ไม่ขอระบุในรายละเอียดเด๋วมีคนอิจฉา หล่อจริงๆ หล่อจริงๆ อาโฮะ อาโฮะ
     
    ลงเปลี่ยนขบวนที่สยามนั่งไปศาลาแดง ไฮไลต์ของวันนี้คือการได้เจอน้องนักเรียนคอซองผู้หญิงคนนึง ผิวคล้ำๆ หน่อย ใส่แว่น ผอมๆ เหมือนเราตอนเด็กๆ เลย นั่งดูอยู่พักนึง ก็แอบดูชื่อเค้า กมลพร (นามสมมติ) ต้องสมมติเพราะจำชื่อไม่ได้ จำได้แค่ว่าชื่อน้องไม่มีสระ เดาต่อได้ว่าน้องเค้าเกิดวันจันทร์ ที่จำได้แน่ๆ คือนามสกุลน้องเค้า น้องเข้านามสกุลขำกลิ้งอ่ะ ..."ขำกลิ้ง" จริงๆ นะ โอย...นามสกุลน่ารักจัง ชอบมาก ติดใจจนอยากใช้เอง "ภาวิตา ขำกลิ้ง" เห็นภาพตัวเองนอนหัวเราะกลิ้งไปกลิ้งมาบนพื้นเลย เป็นนามสกุลอารมณ์ดีเนาะ ต้นตระกูลช่างตั้ง ชอบจริงๆ นะเนี่ยะ เวลาเครียดๆ ก็จะได้นั่งอ่านนามสกุลตัวเอง ช่วยให้หายเซ็งไปเยอะแน่ๆ
     
    เรียนภาษาอังกฤษ ได้ปรัชญามาอีกแระ จดไว้หน่อยเด๋วลืม อาจารย์เอาหนังสือเรื่อง...พระที่ขายรถเฟอรารี่...จำชื่อภาษาอังกฤษไม่ได้ อาจารย์เอาตอนนึงมาอ่านให้ฟัง ไพเราะจับใจ เอาเป็นฉบับแปลแบบแหวนๆ ละกัน คนเขียนบอกไว้ว่า  การมองออกไปข้างนอกคือ ฝัน... การมองกลับเข้ามาในใจคือ ตื่น... ภาษาอังกฤษเค้าร้ายมากแปลแล้วเสียอรรถรสชมัด เดี๋ยวจะไปหาอ่านต่อดีก่า อิอิ
     
    จะบอกว่าวันนี้นั่ง 504 อีกตามสไตล์ ระหว่างรอรถเมล์แถวนี้มักจะมีอะไรแปลกๆ เกิดขึ้นเสมอสินะ วันนี้เจอฝรั่งเดธล็อค แม่เจ้า...เลือดแทบไหลออกทวารทั้งห้า เดธล็อคสีน้ำตาลปนทอง งามมาก ยาวถึงเข่าเลย สุดๆ ของสุดๆ ถ้ามีกล้องก็จะขอถ่ายรูปละ มือถือดันแบตหมด เลยหันไปจ้องซะให้อิ่มเลย รถเมล์รถเมอไม่รอมันละ ยืนดูเดธล็อคซื้อเสื้ออยู่นานเลย เป็นความจิตส่วนตัว เป็นจิตเดธล็อค สังเกตแล้ว คนรอรถเมล์คนอื่นเค้าก็มองนะ เราไม่ได้จิตไปคนเดียว เพราะคนนี้มันเท่ห์เหลือร้ายจริงๆ
     
    ปล. วันก่อน ณ ป้ายเดียวกันนี้ ขณะรอ 504 เราคิดว่าเจออ.จตุพล ชมพูนิชนะ หันไปมองหน้าอยู่สองครั้ง เกิดอาการละอาย เลยไม่ได้หันไปอีก ก่อนขึ้นรถหันไปอีกครั้งก็ไม่อยู่ซะละ หลอนรึเปล่าเนี่ยะเรา

    รักพี่บอยด์เข้าอีกแล้ว

    หลงรักพี่บอยด์ โกฯ อีกแล้ว โดเรม่อนน้อยของหนูแหวน หยิบจับเพลงไหนเป็นอันกลายเป็นเพลงวิเศษไปหมด บ้าป่าว !
     
    เพลง ..รักคุณเข้าอีกแล้ว.. แต่งได้ไงอ่ะคะพี่ มันแบบว่าใช้คำธรรมดาที่ฟีลกู๊ดดดด มั่กๆ จริงๆ นะ
     
    จบท่อนฮุคด้วย ~ และจะเป็นเพียงคนเดียวเสมอไป ที่ฉันฝากชีวิตทั้งหมดไว้ โดยไม่มีวันทวงกลับคืน
     
    เป็นหมัดสุดท้ายสอยปลายคาง ฟังแล้วเคลิ้ม น็อค ขาดใจตายไปเลย Seriously !!!
     
    ฟังอีกรอบก็ เฮ้อ...อยากลุกขึ้นสโลว์แด๊นซ์ เบื่อไม้ถูพื้นแระ ไม่มีบ่าให้ซบ 555
     
    ชอบความดีงาม หลงรักในความดีงาม พี่บอยด์ โคตรเจ้าพ่อ ไม่หล่อแต่โรแมนติค
    11/11/2007

    อย่างนี้ต้องฉลอง

    วันนี้โดดเรียนภาษาอังกฤษ เพราะ...มันไม่ฟีล ~ เค้าใจวัยรุ่นป่ะ ? ช่วงนี้โดดเรียนภาษาอังกฤษได้แข็งแรงมากแต่ก็ไม่เคยขาดเรียน ตามไปเก็บได้หมดทุกกระบวนท่าในวันเสาร์ นั่งเรียนมาราธอนตั้งแต่เช้าตรู่จนค่ำ อึดจริงๆ จะขาดก็แต่คลาส Reading เสริมวันจันทร์มีอันโดนเรียกประชุมนู่นนี่ ไม่มีฉายซ้ำซะด้วย เสียดาย...ง่ะ
     
    โดดเรียนกลับมาห้องนั่งอัพบล็อคมันส์กว่า กลับมานั่งระลึกอดีตตัวเองก็พบความมหัศจรรย์อย่างนึง รู้สึกเหมือนกะว่าเมื่อตอนต้นปีเคยรำพึงรำพันว่าอยากทำนู่นทำนี่ มานั่งๆ อ่านดู เอ้อ...ทำได้หมดเลยแฮะ แปลกดี
    อยากเรียนภาษาอังกฤษก็ได้เรียน อยากเรียนภาษาญี่ปุ่นก็ได้เรียน อยากเรียนกีตาร์ก็ได้เรียน ได้ซื้อกีตาร์ ได้ไปเที่ยว ส่วนไวโอลินก็มากองได้เตียงรอแกะกล่องออกมาเล่น สอบสัมมนาก็ผ่าน โอ้ยยย...แฮปปี้
     
    ยังมีความใฝ่ฝันอีกอย่างคือการเปิดโรงเรียนอนุบาล อยากใช้ชีวิตอยู่กะเด็กๆ ต๊องป่ะ...เค้าอยากถูกเรียกว่าคุณครูพี่แหวนอ่ะ น่ารักเนอะ ~ อย่าแอบขำนะ เขินนิดนึง
    เริ่มด้วยก้าวเล็กๆ อีกแระ วันเสาร์นี้หลังจากที่คิวงานไม่ลงตัวกันหลายเดือน เพิ่งนัดกันไปเทรนงานสอนคณิตศาสตร์ที่แมธเนเซียมกะอึนโซได้ เสาร์นี้ตัดสินชะตาชีวิตทีเดียว ว่าจะไปกะเด็กๆ รอดรึเปล่า มันใช่สิ่งที่เราใฝ่ฝันจริงมั๊ย...ถ้างานนี้ไปได้สวย รอเขียนเจอนัล full paper เสร็จเมื่อไหร่ จะไปลงเรียนครุศาสตร์มหาลัยเปิด อิอิ... บอกแล้วไงว่าอยากเป็นครูอนุบาลจริงๆ
     
    ปล. ถ้าไม่เวิร์คจะเปลี่ยนอนาคตไปทำฟาร์มหมาอิตาเลี่ยนเกรย์อาวด์
    11/9/2007

    เหนื่อย

    เหนื่อยมากค่ะ วันนี้หลังเลิกเรียนภาษาอังกฤษที่สีลมก็ไปยืนรอรถเมล์ประมาณชั่วโมงกว่าๆ เจอแต่รถ 504 ที่ผ่านโทลล์เวย์ ทำเป็นหยิ่งไม่ยอมขึ้น เพราะกว่ามันจะลงจากโทลล์เวย์มันจะเลยป้ายรถเมล์หน้าบ้านที่ต้องลงไปป้ายนึงพอดิบพอดี ที่น่าแปลกก็คือป้ายนึงของมันนี้ไกลโข เดินไม่ไหวแน่ๆ ขนาดป้ายเดียวนะเนี่ยะ ที่แย่กว่านั้นคือหลังจากรถลงโทลล์เวย์มาจอดป้ายนี้มันไม่มีฝั่งตรงข้ามให้โบกรถนั่งย้อนมาได้ด้วย เคยเดินข้ามสะพานลอยไปเดินเอ๋อหาป้ายอยู่ครั้งนึง ประสบการณ์ตรง จำแม่นเชียว วิธีทางแก้เดียวคือต้องนั่งแท๊กซี่ย้อนกลับมา (50 กว่าบาท) วันนี้เลยตั้งใจยืนมานะรอ 504 ที่ไม่ขึ้นโทลล์เวย์ให้ได้ ผ่านไปสามคัน มันดันขึ้นโทลล์เวย์หมดเลย ไรเนี่ยะ...เลยตัดในขึ้นรถไฟฟ้าไปลงอนุสาวรีย์แล้วต่อรถเมล์สายอื่นแทน กว่าจะกลับถึงบ้านวันนี้น่องปูดเลย เหอๆ แต่ป้ายรถเมล์ที่สีลมนี่ดีอย่าง ยืนเป็นชั่วโมงก็ไม่เบื่อเพราะมีเพลงแจ๊สฟังตลอด ชาวต่างชาติก็เยอะดี ทั้งไทย ฝรั่ง จีน ญี่ปุ่น ไนจีเรีย ถ้าวันไหนไม่รีบก็โต๋เต๋รอรถเมล์ไปเรื่อยๆ แต่วันนี้ก็ไม่รีบ แต่เหนื่อยค่ะ เหนื่อย...ขี้เกียจรอ
     
    กลับมาถึงปากซอยหน้าบ้านแวะซื้อนมสดเย็นหม่ำ เพิ่มโปรตีนให้บางอวัยวะ ระหว่างรอแม่ค้าอุ่นนมก็ยืนฟังเพลงจากร้านยาดองข้างๆ คาราบาวอัลบั้มใหม่ ลูกลุงขี้เมากะลังมาแรง เช็คบิลบอร์ดเพื่อชีวิตได้จากคาราโอเกะที่แหกปากกันอยู่ เอ่อ...บรรยากาศมันช่างแตกต่างกะสีลมเมื่อกี้จริงๆ กรุงเทพมันก็น่าอยู่ตรงที่มันหลากหลายวัฒนธรรมดี เดินทางแค่หนึ่งชั่วโมงยังกะข้ามประเทศแน่ะ
     
    วันนี้รู้สึกได้ว่ากรุงเทพหนาวแล้วนะ เหมือนได้อยู่เมืองนอกนิดๆ เลย เพราะภาคใต้ไม่มีฤดูหนาวแบบนี้ เพราะอากาศเย็นๆ วันนี้เลยไปซื้อไข่ปิ้งหน้าเซเว่นมากอดเล่นก่อนเอาไว้กินมื้อดึกๆ บายใจ ~

    ไม่รู้จัก A ไม่รู้จัก B

     
     
    Ost. เพื่อน...กูได้ F ว่ะ << ถ้าใช้ สายลับจับเกรด F มันไม่เข้า concept อะ
    Artist : Toang150 & ใครดีวะ (Toangy) ละกัน 555+
    Title : ไม่รู้จัก A ไม่รู้จัก B T_T (เพื่อน...กูรักมึงว่ะ ver.)
    Credit : Jay << ไอ้เจ๊นี่มันให้แต่ง จำชื่อมันไว้
     
    นั่งคนเดียวแล้วมองผลสอบ ว่าชีวิตฉันมันเส็งเคร็ง
    เปิดมาดูกลับเจอตัวด๊อก กับ ตัวเอฟ ถึงกับพูดไม่เป็น
    ฟังเพลงดรอปช้าที่เรารู้จัก แต่ไม่รู้ความหมายของมัน
    หากฉันจะหลับตาลงสักครั้ง แล้วพบ เอ บี ที่สูงชัน
     
    หากความฟลุคเกิดในความฝัน เรากาข้อสอบไม่มองโจทย์มัน
    ออกเหี้ยอะไรมาไม่เคยสำคัญ เวลาทำไม่เคยจะอ่าน
    ไม่อยากให้เธอมาชิวแบบฉัน เด๋วติดเอฟโดยไม่ได้ลอกกัน
    ไปจองศาลาที่วัดด้วยกัน
    ก่อนที่ฉันจะต้องไปเรียนใหม่ โดยไม่รู้จักเธอ
     
    ทบทวนบทเรียนตั้งแต่ทุกๆครั้งที่ฉันตื่นนอน
    อ่านเข้าไปไม่ช่วยซะงั้น ท่องแทบตายเสือกโดนวอน 2
    หากจะมีโอกาสอีกหน จะร่ายโพยใส่กระเป๋าตังค์
    เพื่อจะได้หลับตาลงสักครั้ง จะได้ไม่โดนเทพเหยียบสักวัน
     
    หากเกรดนั้นเกิดในความฝัน ได้แค่ฟิตแต่ไม่ได้จับมัน
    อ่านเข้าไปไม่เห็นออกสักอัน รู้แบบนี้จะได้ไม่อ่าน
    แค่อยากให้เธอได้พบกับฉัน
    เราส่งโพยโดยไม่มองหน้ากัน
    เสือกทำข้อสอบไม่ได้เหมือนกัน
    ก็อยากจะพูดอะไรกับมึงสักคำ กูไม่น่าลอกมึง
    11/8/2007

    ความเกลียด

    แวะเอาบทความมาแปะไว้ เพราะมันแทงทะลุหัวใจดี เอาไว้เตือนตัวเอง ซ้ำๆ เพราะเพิ่งคุยกะน้องคนนึงไปเรื่องอารมณ์สุดขั้วของตัวเอง เวลารักใครแล้วรักชิบหายวายป่วง อยากได้อะไรแม่จัดให้ได้หมด จะเอาดาวเอาเดือนแม่จะโทรติดต่อนาซ่าให้พาไปอวกาศให้ได้เลยทีเดียว แต่พอเวลาเกลียดแล้วก็ไม่บันยะบันยังเลย ยิ่งคิดยิ่งแค้น หมักหมม ขนาดแค่ได้เห็นชื่อว่าออนไลน์หรือมีใครพูดถึงก็สาบแช่งในใจให้ตายห่าตายโหงกันไปข้างนึง ขออย่าให้ได้ผุดได้เกิด ชาตินี่ก็ขออย่าให้มีโอกาสได้เจอะได้เจอกันอีก เกลียดและอาฆาตแรงมาก...อาเมน เป็นอะไรมากป่าวเนี่ยะ ชักกลัวตัวเอง เหอๆ
     
    มันเลยเกิดคอนฟลิคปะทะกันขั้นรุนแรง เพราะตอนนี้รู้สึกเกลียดคนคนนึงก็มากอยู่และคิดว่าปล่อยไว้คงไม่ดี มันเกิดเป็นความไม่สบายใจอย่างใหญ่หลวง ศาสนาพุทธคงเรียกว่าทุกข์ละมั๊ง ค้นๆ กูเกิ้ลดูเลยได้อะไรดีๆ มาอ่านดังนี้...
     
    ที่มา : นิตยสารชีวจิตฉบับที่ 163  

    ไม่ต้องละอายใจ และรู้ว่าไม่ได้มีคุณเท่านั้นที่โกรธและเกลียดเป็น คนอื่นๆ ก็เป็นเหมือนกัน
     
    ความเกลียดนี้น่าจะเป็นขั้วตรงข้ามของความรัก เพราะถ้าเมื่อไรเรามีความเกลียดในใจก็ไม่มีที่ว่างให้กับความรักและความ ปรารถนาดี เหมือนกับว่าจิตใจในตอนนั้นสูญเสียความสามารถในการที่จะรักและเมตตาไปชั่ว ขณะหนึ่ง

    ธรรมชาติของความเกลียด
    1. ธรรมชาติดั้งเดิมของจิตใจคนนั้นมีความสงบ สะอาด และสว่าง เป็นพื้นฐานอยู่แล้ว เพียงแต่มีอารมณ์บางอย่าง เช่น ความเกลียดมาบดบังไม่ให้ลักษณะพื้นฐานที่ดีงามได้ปรากฏออกมา เหมือนเมฆที่บังดวงอาทิตย์ พอลมพัด ให้เมฆจางหาย ดวงอาทิตย์ก็ฉายแสงได้เต็มที่
    2. ความเกลียดเป็นสิ่งที่เกิดชั่วคราว เพราะ ต้องอาศัยปัจจัยต่าง ๆ มาหล่อเลี้ยง เช่น ต้องการการปรุงแต่ง การสร้างอารมณ์ให้ได้ที่ ต้องมีเวลาในการคิด (แสดงว่าขณะนั้นต้องว่างพอสมควร) ถ้าปัจจัยเหล่านี้ไม่พร้อม ความเกลียดก็ไม่เกิด
    3. ความเกลียดกับคนที่เราเกลียดไม่เหมือนกัน ไม่ใช่สิ่งเดียวกัน โดยทั่วไปคนมักจะคิดว่าตัวเองทุกข์เพราะคนที่เราเกลียด แต่ความจริงสิ่งที่ทำให้ทุกข์คือ ความเกลียด ไม่ใช่ตัวคน ดังนั้น การที่จะกำจัดคน หรือโต้ตอบรุนแรงเป็นการทำเพื่อให้สะใจ แต่ไม่สามารถทำให้ความเกลียดหมดไปได้ (อีกสักพักก็เกลียดอีก)
    4. คนเราที่มีความรู้สึกเกลียดนั้น จริง ๆ แล้วก็ไม่ต้องการที่จะเกลียด (เพราะรู้อยู่แก่ใจว่ามีความทุกข์มาก) เพียงแต่ในชีวิตที่ผ่านมาอาจจะคุ้นเคย การใช้วิธีการโต้ตอบด้วยความเกลียด โดยไม่เคยจัดการด้วยวิธีอื่น ๆ
    5. ยิ่งเกลียดมากเท่าไรยิ่งต้องการความรักมากเท่านั้น เหมือนทะเลทราย ยิ่งแห้งมากแสดงว่าน้ำยิ่งน้อย บางครั้งเราจะเกลียดเฉพาะคนที่เราแคร์ แคร์มากก็คาดหวังมากว่าเขาน่าจะดีกับเรา รักเรา ยอมรับเรา ถ้าผิดหวังก็จะโกรธมาก เกลียดมาก เสียความเชื่อมั่นในคุณค่าของตัวเอง รักและเมตตาตัวเองไม่ลงถ้าคนอื่นไม่ยอมรับก่อน
    วิธีจัดการกับความเกลียด
    1. ให้ยอมรับกับตัวเองอย่างซื่อสัตย์ว่า ตัวเราก็เกลียดเป็นกับ เขาเหมือนกัน ไม่ต้องละอายใจ ไม่ต้องโทษใคร เพียงแต่แทนที่จะคอยคิดจัดการกับคนอื่น เปลี่ยนคนอื่น โต้ตอบคนอื่น ก็ให้เอาพลังนั้นกลับมาดูแลจิตใจ ดูแลความเกลียดในใจของตัวเอง โดยไม่ต้องรอให้คนอื่นเปลี่ยนแปลงก่อน
    2. ลดความคาดหวังในตัวคนอื่นหรือสิ่งอื่นลงบ้าง เช่น ถ้าต้องการให้คนอื่นพูดดี ๆ ก่อน แสดงความรักก่อน หยุดพฤติกรรมที่แย่ ๆ ก่อน หรือต้องการให้โลกนี้สงบสุขและยุติธรรม ก็ให้ยอมรับสิ่งต่าง ๆ อย่างที่มันเป็นก่อน
    3. เริ่มต้นให้ความรักและความเมตตาต่อตัวของคุณเอง โดยเฉพาะอย่างยิ่งในขณะที่มีความรู้สึกเกลียด เหมือนกับโรคติดต่อนะครับ ขึ้นอยู่กับว่าตัวเราจะสร้างภูมิคุ้มกันจิตใจตัวเราได้มากแค่ไหน ถ้ารักและเมตตาตัวเองได้ เมื่อนั้นในใจก็จะไม่มีที่ว่างให้กับความเกลียด
    4. การรู้สึกเกลียดกับการแสดงความเกลียดไม่เหมือนกัน เราสามารถที่จะรับรู้ความรู้สึกเกลียดได้ โดยเลือกโต้ตอบหรือไม่โต้ตอบให้เหมาะสมกับสถานการณ์ เพื่อให้เป็นประโยชน์กับตัวเรามากที่สุด เราสามารถที่จะปกป้องตัวเราได้ แต่ควรจะปกป้องตัวเองอย่างมีสติรู้ตัว ไม่ใช่ปกป้องตัวเองด้วยความเกลียด

    ถ้าใช้ทุกวิธีแล้วยังไม่สามารถแก้ไขได้ ก็อาจจะต้องใช้มืออาชีพช่วยเหลือนะครับ


    สรุปก็คือความเกลียดเป็นความรู้สึกธรรมชาติอย่างนึงของมนุษย์สวยๆ อย่างเรา ความเกลียดเป็นนามธรรมแล้วเรามักเอาเชื่อมโยงกะคนที่มันเป็นรูปธรรมตามนิสัยเรา (เค้าบอกกันมาว่าปกติคนเราชอบเชื่อมโยงนามธรรมกับรูปธรรม ซึ่งบางทีก็ไม่ค่อยถูกนักเช่น ความดีกะคนหล่อ แต่บางคนก็หล่อเลว บางคนก็ไม่หล่อแถมเลว) แต่สิ่งที่ทำให้เราไม่สบายใจคือความเกลียดไม่ใช่คน และเราก็ไม่ได้อยากเกลียดใคร โคตรจริงอ่ะ แล้วก็นะ ยิ่งเกลียดมาก ยิ่งต้องการความรักมาก แอร๊ยยยยส์ ตรงใจแต่ไม่กล้าบอก อะหุอะหุ เขินจัง ให้แก้โดยรักตัวเองให้มากๆ ยอมรับโลกให้เยอะๆ อะเค จบข่าว เข้าใจถ่องแท้ทุกประการ

    ช่วงนี้ศึกษาจิตวิทยาพัฒนาตัวเองอยู่หลายเรื่อง นำมาปฏิบัติแล้วได้ผลดี แปลกเนอะ อะไรที่ไม่เคยทำได้ก็ทำได้ แถมได้ความคิดใหม่มาว่ากว่าจะจบป.เอกได้คงต้องมีลูกบ้าประมาณนึง วันนี้เริ่มทำ self check โดนการนั่งคุยกะป๊าแบบเทพๆ ได้ ใครมานั่งฟังคงหามส่งโรงพยาบาลทั้งพ่อลูก กร๊ากกกก เพราะหัวข้อที่เกี่ยวข้องล้วนแต่เกี่ยวกับสภาพของจิต การเข้าสมาธิ การเกิด Lucid dreaming และการควบคุมความฝัน จนไปถึงเรื่องกสิณ อาเมน .... self check แล้ว สรุปเอาเองว่ายังไม่บ้าค่ะ มีสติครบถ้วนทุกประการ ^^

    ปล. หาคนคุยเรื่องจิตๆ ด้วยอยู่ ไม่รู้ว่าใครคุยด้วยได้ไม่ได้ เด๋วมาหาว่าเราบ้าซะงั้น อะหุอะหุ 

    11/7/2007

    อยากอ่านสุดๆ (กัดฟันพิมพ์)

    Design of nonplanar microstrip antennas and transmission lines / Kin-Lu Wong TK7876 W632d   Engineering Lib
    Broadband patch antennas / Jean-Francois Zurcher and Fred E. Gardiol TK7871.6 Z88b Main Lib Engineering Lib

    Broadband planar antennas : design and applications / Zhi Ning Chen and Michael Y.W. Chia
    TK7871.6 C45b   Main Lib  
     
    ฝากรูปไว้ก่อน ถ่ายห้องพี่ป่าน ^^
    WebCam_20071107_1646(1) WebCam_20071107_1646