Pavita's profile◄ LadyRing ►PhotosBlogListsMore Tools Help
    2/25/2008

    ...

    จันทร์เอ๋ยจันทร์เจ้า เราเหนื่อยเราเพลีย
    ขอไข่ปลาคาร์เวียเป็นอาหารเย็น
    ขอเอลิซาเบธอาร์เดนไว้แก้หน้ามัน
    ขอชาแนลซันฯไว้ใส่กันเเดด
    ขออ่างจากุซซี่ฮาบิแททไว้แช่ผ่อนคลาย
    ขอเพียวไฮแลนด์จากดีเคเอ็นวายไว้ปูนิทรา
    ขออาร์มานี่คาร์ซาไว้หนุนหัวนอน
    ขอดอลซ์แอนด์กาบานามาใส่ยกทรง
    ขอกุงเกงลิงสีส้มจากเวอร์ซาเช่
    ขอไวน์ชาโตลาฟิเต้จิบแก้กระหาย
    ขอคนใช้จบจากอ๊อกฟอร์ด
    ขอช้างแมมมอธเลี้ยงไว้ดูเล่น
    ขอลมเย็นๆจากยอดเขามองต์บลัง
    ขอเศษตังค์สักสี่พันล้าน
    ขอนอนอยู่กับบ้านกลางกรุงเจนีวา
    ขอคอร์สสปาที่เกาะมัลดีฟ
    ขอคีนูรีฟนั่งสวีทชายทะเล
    ขออีแตะฌองปอลกอติเย่ไว้รองฝ่าทีน
    ขอรถลีมูซีนจากเมอร์ซิเดส
    ขอสร้อยเพชรจากทิฟฟานี่แอนด์โค
    ขอกระโปรงเฟอรากาโม่ไว้ใส่แก้ว่าง
    ขอชุดนอนเบาบางจากวิคตอเรียซีเคร็ท
    ขอเมคอัพเซ็ทจากเอสเต้ลอเดอร์
    ขอเสื้อยืดเซอร์ๆจากอะเบครอมบี้
    ขอชุดบาธแอนด์บอดี้ของแมรี่เค
    ขอสูทแจนฟรานโก้เฟอร์เร่แจกเด็กยากจน
    ขอผู้ชายสักคนจากอีลิทโมเดลลิ่ง
    ขอปาร์ตี้สุดสวิงกลางเกาะฮาวาย
    ขอดูแฟชั่นโชว์เทรนด์ใหม่ที่เมืองมิลาน
    ขอดูหนังเมืองคานส์ทุกๆวีคเอ็นด์
    ขอกินฟรีสเวนเซ่นส์วันละสามเวลา
    ขอนาฬิกาปาเต๊กฟิลลิปส์
    ขอสร้อยคริสตัลงามระยิบจากชวาลอฟสกี้
    ขอกระเป๋าคอลเล็กชั่นอาร์เจซียี่ห้อซีลีน
    ขอดินเนอร์แบบจีน ปาร์ควิคตอเรีย
    ขอนั่งจิบเบียร์ที่บอนดี้บีช
    ขอชุดทูพีซของคริสเตียนดิออร์
    ขอผ้าพันคอของราฟลอเรน
     
    ขอเล่นๆ แต่ได้ก็ดี
    ขอคนดีๆ ที่รักเราคนนึ่ง...
     
    อุกรี๊ดดดดด อะกึ๋ลลล์ ก็อปนู๋ออนมา
     


    เฮ่อส์...วันนี้ไปตะลุยเมืองมา ตามสไตล์เวลาเบื่อมากๆ ก็ต้องออกไปจ่ายเงินให้สบายใจ เป็นจิตนิดๆ
    วันนี้เลยไปหาที่เรียนคอมฯ ขำๆ สำหรับเดือนหน้ามา แล้วก็แวะดู PS I Love You มา
     
    ได้อ่านคำวิจารณ์ของ "ผมอยู่ข้างหลังคุณ" จากพันทิปก็เกิดอารมณ์ มันไม่ใช่อ่ะกิ๊บ เหมือนๆ กัน
    คือเจ๊แสวงค์เนี่ยะนะ ดูทีแรก ดูยังไงก็ไม่โรแมนติดเลยแฮะ ติดภาพห้าวๆ ซะมาก แต่ก็ทนดูไป
     
    อ่ะแฮ่ม หนูแหวนร้องท่อแตกตั้งแต่ต้นเรื่องจนจบ คือ จริงๆ แล้ว มันใช่เลยอ่ะกิ๊บ
    เจ๊แกบ้าบอแนวเดียวกะตรูเวลาอกหักเลย กร๊ากกกก หัวเราะทั้งน้ำตา
    มันก็เพอร์เฟ็คลงตัวดีตามสไตล์หนังฮอลลิวูด จะโดนใจก็เป็นคๆ ไปละมั๊ง
    อย่างหนูแหวนเนี่ยะ โดนพิเศษใส่ไข่ 35
     
    ออกมาอิ่มใจพอดี ไม่มีอารมณ์ค้าง ไม่เหมือนตอนดูรักแห่งสยามที่ยิ้มเป็นวันๆ
    แน่สิ พระเอกไม่ใช่ละอ่อนหน้าใสนี่นา
     
    โชคดีที่ได้ดู ใจตุ๊มต่อมนิหน่อยเพราะคนขายตั๋วบอกว่าถ้าคนดูไม่ถึงสามคนก็ไม่ฉาย รอบนี้นับไปมาสิบเอ็ดคนถ้วน ไม่ต้องถามเลยว่าไอ้เศษเอ็ดนั่นคือใคร 555
     

    ปล่อยของ

    ฤกษ์งามยามสยอง ได้เวลาจัดระเยียบไฟล์ในมือถือรกๆ ซักที เริ่มด้วยการเอารูปมาปล่อยไว้ในนี้ละกัน

    นี่คือทริปกลับบ้านหาดใหญ่่

    ดันชะล่าในถือว่าที่พักอย่ใกล้สนามบินกะว่าห้านทีถึง ปาไปเกือบชั่วโมง เพราะเค้ารับปริญญากัน รถติดยาวพอๆ กะคณะบัณฑิตที่รอถ่ายรูปรับปริญญา แน่นอน...ข้าพเจ้าตกเครื่อง เสียงพนักงานก้องสะท้อนอยู่ในกะโหลก...น้องมาทำอะไรเอาป่านนี้ (เมิงเห็นกุเป็นไข่ย้อยเรอะ) มันสายไป พี่ขอโทษ พี่ผิดเอง เลิกกันเถอะ (มะช่ายแระ)

    ด้วยความจงรักภักดีขอแบรนด์แอร์เอเชีย ข้าเจ้าก็รีบไปซื้อตั๋วใหม่โดยพลัน โทรไปบอกแม่ว่ายังไงภายในคืนนี้หนูแหวนจะต้องกลับให้ถึงบ้านให้ได้ คึกและถึกมาก

    8
    ตั๋วใหม่ พันเจ็ด จัดปาย เอาให้ถึงบ้านนะว๊อย

    เจ๊คนนึง เจอที่ด่านตรวจของติ๊ดๆ เจ๊ดันพกโลชั่นโอเลย์ไวท์เพอร์เฟ็คขวดทองมาด้วย จนท.จะให้ทิ้งอย่างเดียว หนูแหวนเห็นแล้วทนไม่ได้ ไปช่วยเจ๊เถียงจนท. มันกี่บาทรุม๊าย เครื่องสำอางค์น่ะ แม่เมิงมะใช้รึไง หัดเบิ่งตาดู เอะอะจะให้ทิ้ง ให้ทิ้ง พอทิ้งเสร็จพวกแกรๆ ก็เก็บไปใช้ไปขายต่ออ่ะดิ ว่าไปนั่น (ประสบการณ์ตรงเคยโดนสั่งทิ้งโลชั่นเป็นพันตอนไปเกาหลี แม่แค้นฝังหุ่น) จนจนท.บอกให้เอาไปโหลดลงกระเป๋าได้...ทำไมไม่ให้ตั้งแต่แรกฟระ น่าปั๊ดโบกซักเหนี่ยว เจ๊เอาโลชั่นไปโหลดกลับมาเลยมานั่งรอเครื่องข้างๆ แล้วก็ชวนกันนินทาจนท.ต่อ 555 หาเพื่อนใหม่ง่ายจริง

    ซักพักหมดเรื่องคุยก็ไปดูบางรักฯ จากทีวีแถวนั้น

    4
    สนามบินสุวรรณภูมิตอนตกเครื่องมันน่าเบื่ออย่างนี้นี่เอง

    จากนั้นก็ตะลอนๆ หาดใหญ่อยู่อาทิตย์นึง มีหลักฐานตามนี้

    1 2
    แอบถ่ายตลาดกิมหยง ตอนเอารีโมทรถไปเปลี่ยนถ่านให้แม่

    10 9
    ตึกชิโน ถ่ายแบบรีบๆ ตอนไปหาซื้อรีโมททีวีมาแทนอันที่พัง (อัพเดท ร้านกิตชัยเลิกขายรีโมททีวีแล้ว อยากซื้อไปซื้อสันติสุขแทน สองร้อยบาทใช้ได้ทุกรุ่น)

    3
    ถนนระหว่างเซ็นทรัลกะลีการ์เด้น ออกทีวีบ่อยๆ น้ำท่วมเอย ระเบิดเอย... โล่งจนไปนอนเล่นได้เลยนะเนี่ยะ


    6
    ยำสาหร่ายของแท้ต้องสงขลาเท่านั้น ปาดมาจากตลาดเกษตรในมหาลัย ทำจากสาหร่ายผมนางฟอกน้ำส้มจนขาวใส่ถั่วปรุงรส ห่อใบชะพลูแล้วยัดหม่ำ อาหย่อยนะ

    7
    ข้าวราดแกงในค่ายเสนาฯ ทำไมเหมือใส่ฟิชอายก็ไม่รุ ช้อนงอประหลาดดี รูปนี้ถ่ายหลังไปขูดหินปูนกะตรวจร่างกายในรพ. ค่าย ไปแอบดูทหารตรวจร่างกายประจำปี กริ๊กกริ๊ว อ้อ..ข้างแกงแถวนี้ต้องมีน้ำพริกผักเหนาะเป็นเครื่องเคียงด้วย ฟรีจ้ะฟรี กรุงเทพไม่มีนะเนี่ยะ

    5
    อันนี้ไม่เกี่ยว รูปร้านหนมเค้กหน้าปากซอย เสียตังค์ไปกะร้านนี้วันละหลายตังค์อยู่ ไอติมโฮมเมดอร่อยนะ แอบแพงด้วย

    12 11
    รูปเด็กๆ ที่แมธเนเซียม ถ่ายแก้เซ็ง ตอนแอบอู้งาน

    ปล. มือถือถ่ายรูปได้นี่มันเจ๋งเจงๆ

    2/18/2008

    Doctoral Blue

    ไม่รู้จะเรียกอาการที่เป็นอยู่ตอนนี้ว่ายังไง ตั้งเองก็ได้ว่าเป็นโรค Doctoral Blue เป็นประมาณชั่วโมงก็จะหาย กำเริบเป็นพักๆ

    จำได้ว่าหลายเดือนก่อนเคยโพสต์การ์ตูนฝรั่งตลกร้ายไว้อันนึง น่าจะอยู่ในสเปซที่ลบไปแล้ว โอ๊ะ นี่ไง เจอแระ จาก http://www.phdcomics.com/comics/archive.php?comicid=47

    ตั้งแต่กลับมาหาดใหญ่ ต้องเจอคำถามแบบนี้ทุกวันจากทุกคนที่เจอ วันละหลายๆ ครั้ง จนบางทีก็อยากหมกตัวอยู่เงียบๆ เป็นหนอนด้วยอยู่ในบ้านยังสบายใจกว่า แอบออนไลน์เจอรุ่นน้องที่ไม่ค่อยได้คุยกัน น้องก็ถามว่าจบแล้วใช่มั๊ย เฮ่อ มันเหมือนกะถามหาแฟนจากคนที่เพิ่งอกหักน่ะแหละ ตอบไม่ถูกนะ มันทั้งเหนื่อย ทั้งท้อ ทั้งเซ็ง ทั้งเครียด ทั้งเขิน ทั้งโกรธ กะมีแอบภูมิใจนิสนุง แมร่งเอ๊ย จะให้กรูบรรยายเป็นภาษาอะไรที่ข้าใจง่ายดีล่ะ

    ถ้าไม่รู้จะทักอะไรกัน ก็ถามเอาเรื่องสุขภาพเถอะ สบายดีมั๊ย อากาศเป็นยังไง รักนะ คิดถึงจังก็ว่ากันไป ถามถึงเคนหรือทาเคชิก็จะดีกว่ามาก  อีกอย่าง อย่ามาเรียกเราว่าด๊อกเตอร์เพราะเรายังไม่จบ แล้ววันนึงถ้าเราไม่จบขึ้นมาจริงๆ เราจะถูกเรียกว่าอะไร...ฮึ ? คนนะคะ ถึงจังหวะนั้นก็อายเป็นเหมือนกัน

    เรียนปริญญาที่สูงขึ้นมันก็ยิ่งเหนื่อยนะคุณ เหนื่อยกายน่ะพอไหว แต่ใจเนี่ยะสิ เหมือนต้องออกกำลังใจทุกวัน ออกมากๆ ก็เหนื่อยใจ แต่ก็ต้องทำ ให้ใจมันแข็งแรง

    เห็นเพื่อนทำงาน มีเงินซื้อบ้าน ซื้อรถ เครื่องเสียง แต่งงาน มีลูก รุ่นน้องเลื่อนขั้นเป็นหัวหน้างานเงินเดือนอู้ฟู่ โคตรอิจฉาน่ะ อยากมีมั่ง อย่างที่บอก ก็คนอ่ะ มีกิเลสเหมือนกันงิ เอามาคิดว่าขำๆ อืม เราจบมาเกรดก็ดีนะ ถ้ามีโอกาสได้หางานก็น่าจะได้งานดีๆ อยู่เหมือนกัน แต่ก็เลือกแกมโดนบังคับให้เรียนต่อ ตอนนี้หัวข้อวิทยานิพนธ์ก็ยังนึกไม่ออก คิวอีก็ไม่มีรมณ์อ่าน เพื่อนก็ไม่มี สังคมก็ไม่เข้า งานก็ทำไม่ได้ เงินก็ไม่พอใช้ มีฟงมีแฟนก็เลิกแมร่งหมด เป็นอย่างนี้ซักปีสองปีอาจจะยังพอทนไหว มาถึงตอนนี้เข้าปีที่สามแล้ว ตามหลักสูตรก็สี่ปีจบ แต่ก็ไม่เคยได้เห็นใครได้จบในเวลาซักที ลากยาวไป 6 ปี 8 ปี 10 ปี 12 ปี ก็เคยเห็น กว่าจะได้ปริญญาเอกมาครอบครอง ปริญญาเอกมันไม่มีจุดหมายที่แน่นอน รู้แค่ว่าอยู่ๆ แล้วฟลุ๊คได้เนี่ยะไม่ค่อยมี

    คิดเอาเถอะสมันน้อย มาเป็นเราจะเป็นยังไง อาจจะแกร่งกว่าเราหรืออาจจะล้มไปก่อนเราก็ได้ นี่มันคนละแนวกันเลย คนละเวที บางทีก็เทียบรุ่นกันยาก เอามาเทียบกันทีไร สุดท้ายก็มีแต่เราที่มานั่งท้อแท้ดักแด้ต้มอยู่คนเดียว บางทีก็นอยด์ บางทีก็ฮึด ที่ชัดๆ ก็รู้ตัวว่าจิตใจไม่มั่นคง หวั่นไหวไปตามปากคนโน้นนี้เรื่อยเปื่อย หลอกคนอื่นตีหน้าขำๆ ไปได้ แต่หลอกตัวเองเท่าไหร่ไม่สำเร็จซักที ต้องหามุมสงบมานั่งเครียดแล้วร้องไห้พอน่ารัก เหนื่อยก็หยุด ทำอย่างนี้อยู่บ่อยๆ จนไม่รู้ว่านิกรูบ้าไปรึยัง

    ก็ท้อนะ ท้อชิบหาย อาจเห็นว่าอยู่นิ่งๆ นานๆ มั่งในตอนนี้ แต่เชื่อในสัจจะนี้เถอะ สู้ตาย ไม่ถอย
    วัดใจกันเหอะ ไม่ยอมแพ้ใครเหมือนกันนะ ....อ่ะนี่ ทำเป็นเก่งไป

    พิมพ์มาตั้งยาว แค่อยากให้เข้าใจกันบ้างเท่านั้นเอง หนังคอมเมดี้ที่เห็นหน้ายิ้มๆ รั่วๆ อยู่ทุกวัน บางทีมันก็มีเบื้องหลังการถ่ายทำ เล่นจริง เจ็บจริง ไม่ใช้สลิง ไม่มีสตั๊นท์ ยิ่งกว่านั่งแอคชั่นซะอีก

    พิมพ์ไปอินไป น้ำตาไหลน้ำลายย้อยไปอย่างน่าอนาถ T^T"
    นั่งเม้าท์เรื่องโนดาเมะพักนึกก็หายอิน ได้เจอการ์ตูนใหม่

    555 เหมือนเราตอนนี้เลย สงสัยต่อจากคืนนี้ไปก็จะกลายเป็นแฟนพันธุ์แท้เว็บนี้พักใหญ่ทีเดียว http://www.phdcomics.com/

    2/17/2008

    ...

    อัดรูปโม่ออกมาแระ ได้มาสิบสองรูปถ้วน...ที่เหลือมันหายไปหนายยยย...งงอ่ะดิ
    ไม่แสงเข้าจนรูปจ้าไม่เห็นอะไรก็ดำสนิท สงสัยลืมเปิดหน้ากล้อง ไม่ก็ถ่ายกลางคืน
    ชักรุแนวโมแระ ชีคงชอบแสงจัดๆ แดดเปรี้ยงๆ ถ่ายตอนแดดร่มไม่ค่อยติด และอย่าได้หวังพึ่งชัตเตอร์บีให้เมื่อยจอร์จ
     
    สแกนเนอร์อยู่กรุงเทพ ค่อยกลับไปสแกนโชว์ห่วย
     
    ส่วนวันนี้เลยไปตะลอนๆ หาฟิล์มสไลด์ทั่วเมือง ไม่เจออ่ะ...แอบเศร้านิดนุง แถวนี้เค้าไม่ถ่ายสไลด์กันมั๊ง ว๊า ไม่แนวเลย
     
    เควสในหาดใหญ่ทั้งหลายแหล่ค่อยถ่ายจากมือถือเอาละกัน
     

    ...

    เคยดูหมานครกันมะคะ ฉากที่พระเอกกลับบ้านนอกแล้วทุกอย่างก็ช้าลงจนน่าเบื่อ กลับบ้านหาดใหญ่ทีไรก็อดคิดถึงฉากนั้นไม่ได้ทุกที ประเทศเดียวกันแต่ยังกะคนละไทม์โซน
     
    มะคืนลงเครื่องก็แวะหาข้าวต้มปลากินแถวตลาดใหม่ ซื้อชาเย็นโกอ้วน แล้วก็กลับบ้านมาสยายพุง อยู่นี่นอนแต่หัวค่ำตื่นแต่เช้าแล้วค่อยออกไปควบม้าวิ่งเล่นในทุ่งเดฟเฟอร์ดิลหลังบ้าน สนุกจริงๆ (555 อีเว่อร์)
     
    กลับมาส่ภาวะปกติชน มะคืนมีีตติ้งย่อยๆ ในครอบครัว หนูแหวนเจรจาขอไปสมัครทำงานไม่สำเร็จ ป๊ากะแม่ให้เหตุผลน่าเคารพว่าถ้าไปทำงานแล้วจะหมดโอกาสหันกลับมาเรียน ขนาดนั้นเชียว บทสรุปคงลงเอยกะการสมัครเข้าเรียนที่ใหม่เป็นโปรแกรมเสริมแก้เบื่อ ส่วนที่เรียนอยู่ก็ต้งอดทนกันต่อไป...สู้ๆ คุยหรือไม่คุยก็ไม่สามารถออกมาทำกิจกรรมที่ก่อให้เกิดรายได้เหมือนเดิม ออกจะเซ็งเป็ดนิดๆ
     
    ขอทรานสคริปส์ไว้แล้ว เด๋วคงเอาไปขอกว.มั๊ง นัดฮาร์ดไว้ แต่ฮาร์ดดันยื่นไปก่อนแล้ว แม่บอกตอนนี้มันต้องมี Licence อะไรอีกก็ไม่รู็ ค่อนข้างวุ่นวายทีเดียว
    ต้องไปตรวจร่างกายขอใบรับรองด้วย อยากขูดหินปูนต้องจองคิว
    ถ่ายรูปๆๆๆ อันนี้สำมะคัญมั่กๆ
    ส่วนทรานสคริปส์ที่เหลือเอาไปแอบสมัครงานได้มั๊ยเนี่ยะ
     
    โอ๊ะ โลโม่ม้วนแรกฟิมล์น่าจะหมดแล้ว เด๋วเอาไปล้าง งืดๆ
    2/15/2008

    ...

    เมื่อวาน 14 กุมภาพันธ์ ไปทำอะไรๆ เหมือนชาวบ้านเค้ามั่ง อืม ไม่เคยเขียนอะไรหวานๆ ลงบล็อค เพราะด้วยคาแรกเตอร์แล้วกะฮาอย่างเดียว วันนี้จะพยายามบันทึกจดหมายเหตุไว้เป็นหลักฐาน

    ไม่ได้ออกทริปเดทวันวาเลนไทน์มาหลายปีดีดัก จริงๆ ก็เคยทุบหัวผู้ชายมาเดทด้วยครั้งเดียวเอง นอกนั้นก็นอนเกาพุงอยู่บ้าน

    เมื่อวานค่อยข้างวุ่นวายเพราะนอนหลับไม่เพียงพอติดต่อกันหลายวัน เช้าก็รีบแจ้นจะกลับหอ แต่งตัวแบบพร้อมลุยสุดๆ (งด-งาม) เดินทางไกลมากกว่าจะไปถึง รถก็ติด คนก็เยอะ ถึงหอก็ช็อคอยู่หน้าประตู โอ้ว ซ่าร่าลืมกุญแจ ! เลยเดินหงอยเป็นไก่ป่วยขึ้นรถตู้เดินทางกลับเข้าเมืองแบบไม่มีจุดหมาย ไม่มีกุญแจพวงเดียวทำกราฟชีวิตตกฮวบ  นั่งรถไปหยุดที่เซ็นลาด (อีกแล้ว) ก็ไปนั่งๆ เดินๆ ดูหนังสือเรื่อยเปื่อย เสพย์บรรยากาศวาเลนไทน์ให้พอกริ๊กกริ้วหัวใจ แต่ให้ตาย ไม่มีอารมณ์ร่วมเลย ยังคงเซ็งเป็ดกะกุญแจที่หายอยู่

    ไม่มีอารมณ์โรแมนซ์ ทั้งเซ็ง ทั้งเหนื่อย กะแอบหิวนิดนึง เบื่อคนเยอะ เกลียดวาเลนไทน์อีกตะหาก แต่เนื่องจากเคยพยายามนัดบอสไปทานอาหารเกาหลี สับหลีกไม่พ้น สุดท้ายคิวก็มาลงเอยวันวาเลนไทน์จนได้ ก็เลยนั่งง่อยรอบอสอยู่ในเซ็นลาด แล้วเค้าก็มา...โอ้ว จอร์จ ใส่สูทผูกไทด์มาเลย ไม่ใช่แระ เสื้อยืดเกงยีนส์พร้อมลุยเหมือนกัน หน้ามึนๆ ง่วงๆ พอกัน ที่แน่ๆ สะอาดกว่า ได้กลิ่นเหมือนแชมพู น่าจะสระผมมาแล้ว ซาร่าจมูกดี (หรือกลิ่นคนอื่น ?)

    ใต้ดินไปโผล่สุขุมวิท ใช้เซนซ์นิดหน่อยก็จะเลี้ยวมาถูกทางเข้าสุขุมวิทพลาซ่า ตรงเข้าสู่โดแร แล้วก็รับทานสดงดคุย...
    พุลโพกิ กัลบี้ กิมจิจีแก กะซุปมันฝรั่ง
    อุปกรณ์เยอะจัด ไม่รุว่ากินยังไง แต่ก็ง่ายๆ เอาทุกอย่างเข้าปาก เคี้ยวแล้วกลืน รสชาติก็เกาหลีดี มีอ่อนเผ็ดไปหน่อย กะกิมจิเปรี้ยวไปนิส ที่ดูมันต่างกะที่กินที่เกาหลีอ่ะนะ แต่สุดท้ายก็หมด แล้วก็ตบน้ำอบเชยเป็น

    Photo-0068
    อาหารเกาหลีที่โดแร ลืมถ่ายตอนเต็มจาน มัวแต่กิน เอาซากไปดูละกัน

    บริการจากทานร้านเอาไว้ล้างปาก สองคนหมดไปพันกะแปดสิบ
    ตอนอยู่เกาหลีหมูกระทะหนึ่งคนต่อมื้อละสองพันยังรับประทานกันลง วันนี้กลับออกมาพุงโรเสื้อปลิ้นกันตามระเบียบ ถือได้ว่าราคาถูกต้องทีเดียว
    เดินทางกลับโดยรถไฟฟ้า สามสี่ทุ่มแล้วคนยังเยอะ น่าอึดอัดตามสไตล์วาระแห่งชาติ

    ต่อรถบอสอีกกลับบ้าน ขึ้นรถไปทุกทีบอสจะโยนหมอนมาให้ วันนี้เปลี่ยนเป็นโยนหมี แอ๊บแบ๊ว นึกว่าเอาหมอนไปซัก ในใจก็กรุ้มกริ่มๆ
    ...เค้าให้...

    Photo-0075
    น้องหมีน้อยกลอยใจ

    วะฮู่ว์...สุดท้ายหมีน้อยก็ตกเป็นของซาร่าคนนี้นี่เอง แอร๊ยยยยยส์ น่ารักมั่กมาย
    ตอนนี้น้องหมีน้อยเมาน้ำลายไปเรียบโร้ยแระ เล่นเอาไปนอนคลุกเตียงจนเที่ยงวันนี้ยังไม่พรากจากกัน คิดว่าคงต้องเอาน้ำมาสาดเท่านั้น

    เรื่องยังไม่จบ เนื่องด้วยความว่างจัด เมื่อคืนขณะนั่งออนเอ็มจับยามสามตาเฝ้าบอสดู 24 และก็หางานออนไลน์ไป เกิดอารมณ์นักสืบ ก็เลยพยายามหาที่ไปที่มาของน้องหมี
    จับตูดหมีเจอโลโก้รูปหมีของร้าน Anee Park ค้นอินเตอร์เน็ตได้ความมาว่ามีร้านอยู่แฟชั่นไอร์แลนด์ชั้น 3 เท่านั้น สรุปว่าน้องหมีคงมาจากบ้านนี้โดยไม่ต้องสงสัย

    ยินดีต้อนรับทั้งน้องหมีและคนให้เข้าสู่อ้อมใจน้อยๆ ของซาร่า กริ๊วๆ

    ปล. ก็ยังไม่หวานอยู่ดี ตะเองคงไม่ได้ชอบแบบหวานๆ ใช่ป่ะ รุล่ะน่ะชอบมาแอบอ่าน แบร่ๆ

    ...

    เมื่อวันเสาร์ที่ 9 กุมภา 2551 ที่เพิ่งผ่านไปได้มีโอกาสไปสอนแมธเนเซียมสาขาแจ้งวัฒนะ ตอนงานเลิกได้ข่าวมาว่าพี่โก้ มิสเตอร์แซ็กแมนจะมาโชว์ ฟรีคอนเสิร์ต เล็กๆ อบอุ่น เลยรอดู นั่งหม่ำข้าวไปด้วย ชิวมั่กๆ

    Photo-0051 
    เปิดด้วยเพลงพระราชนิพนธ์ยามเย็น มั๊ง จำไม่ได้แระ

    Photo-0054 
    พี่โก้พร้อมหมู่คณะ คูลมาก

    Photo-0056 
    ลูกหว้าดูบาดูมาแจม ร้อง L-O-V-E ด้วย ชอบใจๆ จะเอาคนนี้กลับบ้าน

    2/14/2008

    ...

    ไปต่อกันที่ Hi5 นะ บ้าจนกู่ไม่กลับละ กะลังเมามันกะ CSS และ Photoshop
     
     
    Multiply เคยมี แต่ลบไปแล้วค่ะ
    2/7/2008

    ...

    มีผู้หวังดีแนะนำมาว่าควรจะพิมพ์เรื่องงานให้ชาวบ้านเค้าอ่านมั่ง เพราะเล่าให้คนอื่นเค้าฟังแล้วเหมือนว่าจะสนุกดี
     
    อย่างที่รู้กันมั่ง ไม่รู้กันมั่ง ตอนนี้หนูแหวนรับจ๊อบทำงานพิเศษเป็นประจำอยู่งานนึงคือการเป็นเทรนเนอร์คณิตศาสตร์ให้เด็กเล็ก อนุบาล 2 ถึง ม. 2 แต่ละครั้งที่ไปทำงานก็จะมีเรื่องสนุกๆ ต๊องๆ ปล่อยมาเป็นระยะ
     
    อย่างเมื่อวาน เด็กๆ อยู่ๆ ก็นั่งเอามือจับโต๊ะแล้วก็เอาก้นไถไปไถมาอยู่บนเก้าอี้ ไอ้เราก็งง ท่าเต้นใหม่หรือยังไง ถูไถกันซักพัก แล้วน้องก็เอามือจับขาเก้าอี้ เปรี๊ยะเข้าให้ เสียงเหมือนไม้เทนนิสจิ๋วที่ใช้ช็อตยุง สรุปคือพวกตัวซนทั้งหลายเล่นไฟฟ้าสถิตย์ (ชื่อพ่อเพียว) กันอย่างสนุกสนาน โดนต้นคิดมาจากพี่บอล เทรนเนอร์อาวุโสจากฟิสิกส์ราม ช่างหาท็อปปิกให้เด็กเล่นจริงๆ
     
    นอกนั้นก็มีน้องโบ้ตทำโจทย์จนเบื่อแล้วก็มานั่งวาดรูปแล้วเอามาโชว์ อธิบายใหญ่ว่าเป็นกองทัพเอเลี่ยนปะทะทหารไทย เอเลี่ยนมีเลเซอร์ ทหารไทยมียุทโธปกรณ์ครบครัน สงครามอลังการงานสร้างมากบนกระดาษ A4 โชว์เสร็จก็หายไปวาดต่อ คราวนี้มีระบายดินสอเป็นขยุกขยุยกองดำๆ อยู่ด้วย ถามได้ความมาว่าเป็นลูกเอเลี่ยนโดนระเบิด ตัวแม่มันยังไม่ตาย ยังรออยู่บนยาน...สุดยอดเลยน้องเอ๊ย
     
    โบ้ตยังเอาของเล่นมาโชว์ เป็นเลเซอร์เล็กๆ อันละสิบบาท (ซื้อจากไหนไม่รุ น่าสนุก โบ้ตบอกซื้อสีขาวคุ้มที่สุด ก็ยังไม่ค่อยเข้าใจว่าคุ้มยังไง) ส่วนน้องแบ่งปันเอาโยโย่มาเล่น ลงเอยด้วยเอามาสู้กันกะเลเซอร์ของโบ้ต อันนี้ก็ไม่ค่อยเข้าใจอีกเหมือนกันว่าสู้กันยังไง สุดท้ายหมดเวลาก็วงแตกแยกทางกันกลับบ้าน
     
    จ๊ะจ๋ากะน้องอีกคนระหว่างรอผู้ปกครองมานับก็หยิบไพ่มาเล่นอีแก่กินน้ำกันกะหนูแหวนและพี่อิน มือน้องเล็กมากจนถือไพ่ไม่หมดต้องเอาลงไปกองบนเก้าอี้ให้พี่ๆ ได้เห็นกันหมด  แน่นอนจ๊ะจ๋าแพ้ไปตามอาวุโส ทานน้ำไปแก้วเต็มๆ 
     
    สนุกมะล่ะ งานของหนูแหวน

    ...

    ดู Yama Onna Kabe Onna จบไปเป็นชาติแล้วยังไม่มีโอกาสได้รีวิว จนมาถึงตอนนี้ ลืมหมดแล้ว
     
    สรุปว่าเป็นหนังที่นั่งดูนมน้องเคียวโกะขาใหญ่ดึ๋งๆ ทั้งเรื่อง หุ่นกลมๆ น่ารักชะมัด
     
    นางเอกเป็นหัวหน้าสาวอกกระดาน หุ่นนางแบบ รูจมูกโต เสียเซ๊วอย่างแรงเมื่อเจอสาวไซส์เคียวโกะมาเป็นลูกน้องในบัญชา
    เมื่องานกะนมมาเจอกัน ความมันส์ก็บังเกิด
     
    ไม่มีสาระอะไรมาก เอาไว้ดูขำๆ
     
    ปล. แต่บางคนก็ขำไม่ออกนะ
     
    msn
     
    วันนี้มีงานกล้องที่ไหนหว่า ลืม
    2/5/2008

    หมาจิ้งจอกปิ้ง



    เพิ่งโหลด FireFox มาลงให้เป็นสิริมงคลแก่โน้ตบุค เจ๋งแฮะ อย่างน้องก็เปิดมัลติพลายกะสเปซได้เร็วปรู๊ดปร๊าดทันใจดี แหง่มๆ อย่างนี้เรียกว่าชอบแรกใช้ คิดว่าคงยังต้องเรียนรู้กันซักพักนึงคงรักมันแน่ๆ มันทำอะไรได้มั่งหว่า ?


    2/1/2008

    ...



    รูปตอนไปงานแต่งเจ๊ซี เพิ่งได้มาเมื่อคืน ต้นฉบับอย่าง under (แน๊...แอบใช้ศัพท์ที่เพิ่งเรียนรู้มา) ร้อนวิชา เพิ่งอ่าน Histrogram เป็น เลยลองของซะหน่อย...Crop ปรับ Composition รูปอีกนิด และสุดท้าย แน่นอน ใส่แอ็คชั่นโม่ที่กะลังติดใจลงไปด้วย แม้ว่า Detail บางอย่างมันอยู่ Wash out ออกไปบ้าง (กลีบดอกไม้ขาว ?) แต่คนมันโม่ ชีวิตต้องการสีสันจัดจ้าน เข้าใจกันนิด กร๊ากกกก เมามัน ได้รูปแนวๆ มาอีกรูป


    ปล. บล็อคจบอารมณ์ไม่จบ

    บางวิธีไว้แก้หน้าวันวาเลนไทน์ พิเศษเฉพาะคนโสด

    จับกลุ่มกับเพื่อนไว้มั่นๆ ตั้งตนเป็นทัพเสริมคอยโห่ชาวบ้าน (ทำงี้มาหลายปีแระ)

    ชวนกันไปลอยกระทงอย่างจริงจัง เตรียมใบตองด้วย แล้วเพื่อนจะเลิกยุ่งเอง เพราะมันคิดว่าเราคิดมากจนเพี้ยน แต่อยากลอยจริงๆ นะเอ้า...

    ใช้เวลาอยู่กะหมาแมวและเด็ก ไล่ปะสติกเกอร์มัน สานต่อประสบการณ์วัยเยาว์

    ทำตัวขยัน ชวนเพื่อนทั้งหลายไปอ่านหนังสือ อ้างว่าเตรียมสอบ ไม่ใช่เวลามาล้อเล่น...นี่

    วันที่ 13 แล้ว 15 เลย อุ๊ยลืมวันที่ 14 ไปได้ไงเนี่ยะ แล้วทำทุกอย่างก็จะเป็นปกติ แนวตีมึนว่าหลงวัน (มุกนี้เล่นซ้ำ ชักเอียน)

    เก็บตัว จำศีล ทำตัวอยากอยู่เงียบๆ คนเดียว เจริญสติภาวนา

    ทำตัวเกเร ไร้ค่า ไม่มีคู่แล้วพาล หงุดหงิด ทำตัวเกลียดวาเลนไทน์ซะงั้น ด่า ประจาน เสียดสีพวกที่มีคู่ (เคยลองทำ ดูไม่ค่อยเป็นตัวของตัวเอง เลยเลิก) ---ไม่แนะนำ*
     
    นึกไม่ออกแระ ประสบการณ์ยังน้อย คิดออกจะมาเพิ่ม

    เพิ่งเจอ วันวาเลนไทน์คือ 30  กุมภา...ใช้เวลาซิแนปส์ไป 2 วิ โอววว คูลลล จดไว้กันลืม ขอบคุณค่ะ

    วันนี้พิมพ์ยาวเนาะ

    ไปอ่านสเปซชาวบ้าน มันสะกิดติ่งอะไรสักอย่างพอคันๆ ถึงประเด็นนี้

    จากนี้ไปอีก 2 อาทิตย์เต็มๆ คงจะเป็นวันวาเลนไทน์ วันแห่งความรัก มาพิมพ์เก็บไว้ซะก่อนที่จะลืมเพราะมันก็แค่วันธรรมดาวันนึงที่ทำให้นางฟ้ากะซาตานในหัวทะเลาะกันอย่างแรง

    ก็แค่วันธรรมดาวันหนึ่งวะ
    ..........อิจฉาคนอื่นเเค้าล่ะเซ่
    ป่าว มันก็แค่วันตายเซนต์วาเลนไทน์ หน้าตาเป็นไงกูก็ไม่รุจัก
    ..........แกมันไม่รุจักความรัก แกมันไม่มีหัวใจ
    อ่าว เฮ่ย พูดหมาๆ งี้ได้ไง %!@#$%

    และแล้วข้าพเจ้าก็จะนั่งระเบิดตัวเองอย่างไม่มีสาเหตอยู่ตรงนั้นนั่นเอง เป็นที่อนาถใจแก่ผู้พบเห็นอย่างมาก

    ตอนประถม เคยสนุกกับวันนี้มากมาย ซื้อสติกเกอร์รูปหัวใจเป็นโหลมาไล่ติดกันเป็นอาทิตย์ๆ  ใต้ปกเสื้อกะหลังโบว์เป็นที่พิเศษเฉพาะเพื่อนสนิทเท่านั้น (แน๊...มันมีทริค)
    วิชางานประดิษฐ์ก็ต้องทำดอกกุหลาบกะการดาษสี ไม่ก็กระดาษย่นชุบเทียนไข ถุงพลาสติก ผ้า แบงค์ ทำมาส่งครูแล้วก็อวดกัน (ฝีมือแม่ๆ กันทั้งน้านนน)

    มัธยมก็ซื้อชอคโกแลตแจกเพื่อน มีคนทำเก๋ทำชอคโกแลตเขียนชื่อทุกคนในห้องแจกด้วย ไฮโซ~
    นอกนั้นก็จัดคิวตัวเองเพื่อแอบดูคนอื่นเค้าให้ดอกไม้กัน ลุ้นดี ทุกครั้งที่หมดคาบเรียนแต่ละชั่วโมง (พัก 5 นาที) ก็มานั่งลุ้น ว่าจะคู่ไหนยังไง เตรียมเป็นพลเสริมคอยโห่ กริ๊วๆๆๆๆ
    จะกลับบ้านช้าผิดปกติเพราะต้องคอยเล็งสอดรู้เรื่องชาวประชาในอาณาบริเวณหลังเลิกเรียน อาทิ ตามจุดจอดรถมอเตอร์ไซด์ หลืบมุมต่างๆ ศาลาพักใจ จะมีการเปิดตัวคู่รักเป็นระยะๆ  เป็นภาพที่งดงามราวกะพลุไซโก้

    มีอยู่ปีนึงเคยเอาลูกอมใส่โหลให้ฝากเจ๊รุ่นพี่ไปให้เฮียรุ่นพี่ที่เคารพรัก (มันก็มีมั่ง...กลัวตกเทรน) คุณเฮียเอาไปแจกเพื่อนกินแล้วฝากโหลมาคืนในเย็นวันเดียวกัน โคตรซึ้ง (ประชดย่ะ ไม่คืนเปลือกลูกอมมาด้วยล่ะ) ซาบซึ้งกะลูกอมที่น้องน่ารักอุตสาห์คัดสรรให้นานกว่านี้หน่อยก็ไม่ได้ ฮาร์ดบีทเม็ดโตพิเศษสีชมพูอ่อนๆ จากมาเลย์เชียวนะเฟ่ย ตรูยังไม่ได้รับทานซักเม็ด ให้ไปกี่เม็ดนับมั่งป่าว เค้าบรรจงนะนั่น

    มหาลัย ซื้อชอคโกแลตรูปหัวใจแจกเพื่อนอีก กั๊กสีแดงสดพิเศษสำหรับคนพิเศษ ห่อซองกระดาษบรรจงทำด้วยหัวใจดวงน้อยๆ แต่ทว่าชอคแดงเหล่านั้นถูกกลุ่มบรรดาพลเสริมรุมทึ้งจะหมดภายในพริบตา (พลาดอย่างหนัก ดันเอาไปให้ในที่สาธารณะต่อหน้าประชาชีแบบไม่ค่อยมียางอาย) แต่ดีนะ ถ้าจำไม่ผิดซองนั่นถูกเก็บไว้ระยะนึง (เอามารีไซเคิลเขียนเป็นจม.ขอบคุณส่งกลับ รึเปล่า...ถ้าใช่ก็น้ำเน่าชวนอาเจียรดี หรือทำไว้หลายซอง จำไม่ได้ ชีวิตช่วงนั้นมันเลี่ยนๆ ชอบกล)

    ปีต่อมา ได้กล่องปริ้นเตอร์มาแบบงงๆ หนุ่มท่านทำทีมาฝากของไว้ที่บ้าน กว่าจะรุตัวว่าในกล่องมีตุ๊กตาโดเรม่อนสุดเลิฟอาศัยอยู่ล่อไปเกือบปลายเดือน ซึ้งเมื่อสาย เลยซึ้งได้ไม่เต็มสตรีมเท่าที่ควร

    อีกสองปีต่อมา ข้าพเจ้าก็ได้วางแผนการอันแยบยลไปทานข้าวกะชายในฝันแบบตัวๆ ไร้อุปสรรคขัดขวางได้สำเร็จ บังเอิญว่าแผนการที่วางไว้ร่วมเดือนมาสำเร็จเอาวันวาเลนไทน์พอดี เจ๋งป่ะล่ะ ขอเสียงบมือดังๆ หน่อยค่ะ (ข้าพเจ้าได้ทำให้ผู้ชายคนนั้นได้อายมากมาจนปัจจุบัน กร๊ากกกก)

    นอกนี้ประสบการณ์เป็นศูนย์ ส่วนใหญ่ไม่ได้จำ (มัวแต่ทะเลาะกันเองในหัวและนั่งระเบิดตัวเอง)
    บอกหน่อยซิ ปีนี้ทำอะไรมันส์ๆ ดี

    ปล. ไอ้หมา....กว่าจะนึกคำนี้ออกใช้เวลาในการโดนเรียกว่า ห้อย มาร่วมตลอดสองอาทิตย์ ยิงมุกกลับตอนนี้จะทันมั๊ยเนี่ยะ อายง่ะ