Pavita's profile◄ LadyRing ►PhotosBlogListsMore ![]() | Help |
|
7/31/2007 ดังตฤณได้ลิงค์มาในวันฝนตก {Many Thanks aamwho}
วาทะดังตฤณ ฉบับความรักหลากสี http://dungtrin.com/watha_love/index2.html
หลังจากที่พยายามซื้อ เสียดาย...คนตายไม่ได้อ่าน มา แต่ปรากฏว่ามันมีเวอร์ชั่นออดิโอให้ฟังฟรีๆ ผ่านเน็ต ~
ช้ำใจอะไรมา ลองมาศึกษาธรรมะ ลองดู ขำๆ ทำใจร่มๆ ค่ะ ^^
งดเศร้าเข้าพรรษาไง 7/26/2007 ...พี่ไปเม้นให้ด้วยนะ จะเป็นเกียจมากเรย ...เป็นเกียจนะ ค่ะ เป็นเกียจมากๆ ...เรียนชั้นอะไร ม. สี่ ตกลงจะเม้นให้มั๊ย ...Appear offline
ปล. บัดนี้ก็ยังไม่ได้ไปเม้นท์ให้ กลัวเป็นเกียจนี่แหละ ผลพลอยจากความหมั่นไส้เล็กๆ ของนางมารเลดี้ลีหมกโช้ว 7/22/2007 เคาะสนิมหลังจากที่ว่างจนนั่งหยิบกล้องมาถ่ายตัวเองเล่นตามที่เป็นข่าวไปแล้วนั้น ได้ข่าวว่าตอนนี้กำลังเคาะสนิมในวิทยายุทธุ์กีตาร์คลาสสิคที่ร้างรามากว่า 4-5 ปี -*-
ลืมหมดแล้ว ทำไรไม่ได้นอกจากนั่งเล่นปูไต่ไปวันๆ
ขนาดปูไต่ ยังงงๆ เหมือนตอนหัดใหม่ๆ จะรู้สึกว่านี่มันไม่ใช่มือเรา สั่งไรมันไม่ค่อยได้ เห็นที่สนิมนี้กินไปลึกกว่าที่คิดแฮะ 7/18/2007 ก็ยังคิดถึง...ก็ยังคิดถึง : จั๊กจั่น วันวิสา
ดา ดา ดา ...........
คนดีอย่างเธอที่เป็น เซเว่นไม่มีให้ซื้อ สรุปได้ก็คือเธอโดนใจกัน วันนี้ที่เราไม่เจอ ผ่านเสียงเธอเรียกชื่อฉัน ชีวิตก็เป็นอะไรที่เหงาจัง สายๆ ก็เฝ้าห่วงหา เที่ยงมาก็รอคำถาม ที่เธอพูดประจำกินข้าวหรือยัง มองไปรอบตัวที่เห็นก็เป็นหน้าเธอทุกครั้ง...เธอยังยิ้มส่งมาในห้วงคำนึง.. * จะกี่ครั้งที่รับสายเธอ มันก็ไม่พอเพียง ใจยังคงส่งเสียงว่าคิดถึง จะให้ดีในแต่ละวัน เห็นหน้ากันสักครั้งหนึ่ง อยากฟังคำซึ้งๆ ไม่ผ่านมือถือ ก็มีน้อยใจบ้างนะ แต่ก็ยังเชื่อว่าเธอว่างแล้วคงกลับมาเจอมาเดินจูงมือ คนดีอย่างเธอที่เป็น เซเว่นไม่มีให้ซื้อ ทุกวันหัวใจเลยดื้ออยากเห็นหน้า ... (ซ้ำ *) คนดีอย่างเธอที่เป็น เซเว่นไม่มีให้ซื้อ ทุกวันหัวใจเลยดื้ออยากเห็นหน้า... ดา ดา ดา ดา ด่า ด้า... 7/12/2007 ...ตื่นเช้าขึ้นมาด้วยความเซ็งนิดๆ เพราะนอนตกหมอน คอเคล็ด แน่นิ่งอยู่บนเตียงไปนานกว่าจะลุกขึ้นมาได้ จัดแจงเปิดตู้เย็นหาอาหารเช้า หยิบเอาฝรั่งมาผ่ารับประทาน อร่อยล้ำ...หวาน กรอบ นุ่ม เหนียม กะลังพอดี๊พอดี นิทานเรื่องนี้สอนให้รู้ว่าฝีมือเลือกฝรั่งไม่ตกเลยเรา 55+ 7/10/2007 ความรู้ใหม่ๆเวลาว่างๆ ก็นั่งเปิดเว็บพันทิปดูในฐานะแฟนคลับที่ดี ก็ได้ความรู้ใหม่มาว่าไอ้เจ้า Spinach ที่ป๊อบอายกินน่ะ มันคือผักปวยเล้ง ไม่ใช่ผักโขมอ่ะ ผักโขมอ่ะเค้าเรียก Amaranth แล้วที่เราชอบกินผักโขมอบชีสราคาสุดโหดนี้กินอะไรเข้าไปหว่า~ ภาษาอังกฤษมันเขียนว่า Spinach อ่ะ แต่เมนูไทยดันทะลึ่งเขียนเป็นผักโขมซะเนี่ยะ ส่วน MK เป็นที่เดียวที่เขียนในเมนูว่า...ปวยเล้งอบชีส อ่านแล้วจั๊กกะจี้พุงดี
ตอนนี้อยากกินตะลิงปลิง เห็นรูปในพันทิปแล้วน้ำลายพุ่งปริ๊สจนปวดแก้มเลย ซี๊สสสส....
นึกถึงตอนประถม โรงเรียนก็อยู่ไกลเมืองสุดๆ โรงเรียนกว้างๆ พ่อกะแม่อยากให้ลูกมีที่วิ่งเล่น หารู้ไม่ว่าตอนพักเที่ยงทีไรลูกต้องออกไปหาของป่ากิน เป็นลูกลิงห้อยต้นตะลิงปลิงนี่แหละ ที่เข้าแถวตอนเช้าก็มีต้นมะขามป้อมใหญ่เบ้อเร่อ...ชิมลูกแล้ว ไม่ติดใจ อ่อ...เคยกินลูกหม่อนกันมั๊ย เหมือนพวงองุ่นจิ๋วๆ สีเขียวๆ พอแก่หน่อยจะสีแดง เปรี้ยวๆ หวานๆ เหมือนสตอเบอรี่ อยากกินอีกจัง ~ วะฮู้ววว บ่นมากไปเดี๋ยวมีพรายกระซิบมาด่าว่าแก่อีก พอดีกว่า กะลังเล็งกิจกรรมมันๆ เพื่อนทำตอนเย็นวันปล่อยผีศุกร์ 13 อยู่ อยากดูแฮรี่พ็อตเตอร์แฮะ... 7/9/2007 ...ใส่หูฟังซะ มิติใหม่ของเสียง เคยคิดไว้นานละ มีคนทำละ ดีใจจัง อ่าว...ทำมาตั้งแต่ปี 1980 เราคิดช้าไปเหรอเนี่ยะ...
กลัวปัตเตอเลี่ยนอ่ะ เสียวหลังงิ เตือนตัวเองบางครั้งก็เครียดกับงานมากเกินจนนอนไม่หลับ นั่งชนกับงานจนปวดหัว ใช้เวลากะมันมากแต่สิ่งที่ได้มากลับยังไม่เป็นที่พอใจ ทั้งกายและใจก็เหนื่อยก็ล้า ร่างกายมันอยากพักแต่ใจก็ตัดงานไม่ขาด
เมื่อคืนยังมานั่งคิดมาเรื่องซับเสตรตที่หาไม่ได้ สายอากาศที่ไม่มีวันสร้างได้จริงหลังจากที่ทำวิจัยมาสองปีเต็ม ยิ่งคิดแล้วยิ่งเศร้า นั่งเป็นยัยบ้าอยู่หน้าคอมสองวันไม่กินไม่นอน ไม่ซิมมูเลตงานต่อ ไม่เขียนเปเปอร์ ไม่ทำสัมมนา งานก้าวหน้าเป็นศูนย์เปอร์เซ็นต์ เพราะไม่รู้จะทำไงต่อดีกะชีวิต รู้สึกโลกนี้มันไม่น่าอยู่เอาซะเลย เลยไปเดินตากฝนให้ไข้ขึ้น แล้วก็กลับมานั่งหน้าคอมต่อ ท้อแท้ หมดหวัง ตายซากยังไงชอบกล ประคองสติให้มั่นๆ ไว้ ทำใจร่มๆ มาเป็นอาทิตย์ เก็บความผิดหวังไว้ข้างใน ดูหนังฟังเพลงเรื่อยเปื่อยเพื่อลบความเครียดออกไป แต่จริงๆแล้วส่วนลึกๆ มันก็ยังเก็บกดไว้ยังไงก็บอกไม่ถูก จนจุดนึงมันก็น็อค เมื่อคืนน้ำตาก็เริ่มไหล อุตสาห์ว่าจะไม่ร้องกะมันแล้ว เฮ้อ...แพ้ใจตัวเองจริงๆ
เป็นแต่ก่อนคงคิดว่าตัวเองอ่อนแอ แต่มีคนนึงเคยบอกไว้...โลกนี้ไม่มีอ่อนแอ มีแต่คนที่หมดกำลังใจ... ตอนนี้เลยเข้าใจว่าเราไม่ได้อ่อนแอหรอกนะ เราหมดกำลังใจ เลยเปิดเอ็มมาเพื่อถามหากำลังใจจากคนรู้จักเท่าที่มี ทำให้รู้ว่าจริงๆ แล้วเราไม่เคยเดียวดายเลย จำไว้นะ ถึงจะอยู่ตัวคนเดียวแต่เรายังมีคนที่คอยสนับสนุนเราอีกมากคอยแบ็คอัพแอนด์ซัพพอร์ทกันและกันเมื่อมีปัญหา บางทีก็เกรงใจจังเพราะเรามันมีปัญหาเยอะ เรากลับรู้สึกเป็นหนี้บุญคุณใครต่อใครมากมาย
ตัดใจจากงาน กินยา นอน หลังจากที่นอนไปเต็มอิ่มแล้ว ตื่นมาก็รู้สึกไบร์ดีแฮะ คิดอะไรดีๆ ออกเต็มเลย มีแนวทางชีวิตเพิ่มขึ้นมาอีก
หากเป็นบ้าอย่างนี้อีก ให้ออนเอ็มหากำลังใจ ได้แล้วก็ให้หายใจลึกๆ นั่งทำสมาธิ เลิกกังวลเรื่องงาน ปลงมันซะ แล้วนอน ตื่นมาจะมีอะไรดีๆ เกิดขึ้นเองแหละ
ปล. พี่ปุ๊บอกว่า ...วางสัมภาระเธอลงก่อน เอาใจมาพิง แล้วก็ทิ้งตัวลงนอนให้สบาย เธอได้ทำดีที่สุดแล้ว... เป็นเพลงที่ฟังแล้วอยากยกมือไหว้ขอบคุณ อย่างน้อยก็มีพี่ปุ๊ที่บอกว่าเราได้ทำดีที่สุดแล้ว...ที่สุดแล้วจริงๆ 7/5/2007 กรุแตกวันนี้แวะ TOPS มา ซื้อ Pond's age miracle มา ทั้งครีมและโฟมแทนของ L'oreal ที่กำลังจะหมดไป เมื่อสองวันก่อนเพิ่งได้น้ำโสม Kose' ขวดน้อยขนาดทดลองมาจากพี่ป่าน เป็นมรดกที่พี่เค้าใช้แล้วดันแพ้ ขนาดเท่า SKII ขนาดทดลองที่เพียวเคยให้มาเพราะใช้แล้วแพ้เหมือนกัน ซึ่งตั้งดองไว้ในตู้เสื้อผ้า นี่เรามันหน้าด้านจริงๆ คนอื่นใช้อะไรแล้วแพ้ สิ่งนั้นย่อมมาสุดที่หน้าเราทุกที
ตอนนี้มีสมบัติบ้าอยู่เต็มตู้ไปหมด ครีมอาบน้ำ 3 ยี่ห้อเยอะซะจนใช้ไม่ทัน อันประกอบด้วย Cusson Baby สีชมพูน่ารัก Parrot หรือนกแก้วนั่นแหละ กะ Palm Oleve (เขียนภาษาอังกฤษแล้วดูไฮโซ~) สบู่ L'occitane (สะกดถูกป่ะ) ของเพียวที่หอบหิ้วมาจากโรงแรมในออส แถมของ TBS ที่แม่ให้มาตั้งแต่เมื่อปีใหม่อีก 2 ก้อน โฟมล้างหน้าของ L'oreal White Pecfect ใช้มาครบหลอดแล้ว ขาวสุดๆ คงได้เท่านี้แหละ เลิกพยายามแล้ว แต่ก็ยังมี Nevia Bye Bye Malanin ทั้งโฟมและสครับ แล้วก็มี Minus ที่แม่เอามาให้อีก ใช้แล้วหน้าทั้งมันทั้งดำ ไม่เวิร์คๆ จะลองใช้ Pond's ที่เพิ่งซื้อมาวันนี้ พี่ไก่โฆษณาสรรพคุณไว้ดีนักแล แชมพูของ Schwarzkopf มีอยู่ แต่ครีมนวดของ Sunsilk หมดแล้ว เลยซื้อครีมนวดของ Schwarzkopf มาใช้คู่กัน ตอนนี้ใช้มอยซ์เจอไรเซอร์ของ Johnson's อยู่
เพียว...Kanebo ปุกแดงหมดแล้วอ่ะ ใช้เองกะแบ่งแหววไปครึ่งนึง จะฝากซื้ออีกนะ
หลักการคือสครับหน้าและล้างหน้า อาบน้ำ สครัปตัวกะเกลือ สระผมด้วยแชมพูและตามด้วนครีมนวด ลงน้ำโสมตามด้วยมอยซ์เจอไรเซอร์ ถ้ากลางวันก็ตามด้วยครีม โบ๊ะด้วยกันแดด ถ้ากลางคืนก็โบ๊ะปุกแดงก่อนแล้วตามด้วยครีม เป็นอันเสร็จพิธีบริกรรมคาถาหน้าใส นี่ขนาดยังไม่แต่งหน้านะเนี่ยะ
รองพื้น Revlon ตระกูลฝาแดงและดำ เราหน้าแห้งใช้ฝาแดง ไม่ลงเบส ไม่ลงคอลซีลเล่อร์ เพราะหน้าไม่มีหลุม มีแต่แผลเป็นอีสุกอีใสดวงใหญ่ที่ไม่จำเป็นต้องปกปิด แป้งแต่ก่อนใช้ของ Revlon เหมือนกัน หมดแล้วเปลี่ยนมาใช้ Shene' หาซื้อง่าย ถูกดี อายไลน์เนอร์ใช้ของ ... จำยี่ห้อไม่ได้อ่ะ สลับกะ in2it แบบดินสอ ไม่คมแต่ใช้ง่าย (in2it หักง่าย ไปหายี่ห้ออื่นเถอะ) อายแชโดว์ก็ใช้ของอะไรไม่รู้ สีน้ำตาลส้มทอง บลัชออนสีอมส้มชมพู ปากชมพูของ Revlon อีก มีแท่งเดียวสู้ตาย เขียนคิ้วด้วย (สองสามเดือนกันคิ้วซักที หน้าตาจะดูไบร์และแก่ขึ้น)
เจ๊ป่านใช้อายไลน์เนอร์แบบดินสอที่มันเป็นน้ำๆ ยังกะสีเมจิค น่าสนแฮะ วันหลังจะไปหาซื้อ
ส่วนตัวก็ทาครีมธรรมดาไม่ให้แห้งก็โอแล้ว ประพรมน้ำหอมตามสมควร
การไปนอนบ้านเพื่อนมีความสนุกตรงที่ได้ใช้ของเพื่อนนี่แหละ เป็นความรู้ไปในตัว 55+ อยากได้ข้อมูลเครื่องสำอางค์อีก ใครมีใครใช้อะไรวานบอก หนูอยากรู้ หนูอยากลอง
ที่กล่าวมาเป็นเพียงเสี้ยวหนึ่งของชีวิต อีกส่วนหนึ่งคือการเป็นไอ้บ้า เวลาไม่มีอารมณ์อยากงามไม่อาบน้ำล้างหน้าเป็นอาทิตย์ก็ยังไหว อี๋ย์...สุดๆ น่ะ จะเอามาเขียนให้คนอื่นรู้ทำไมไม่ทราบ
ปล. เพียว ขอ tag เรื่องนี้แก่ท่านเป็นรายต่อไป ขอกรุแกแตกซักรอบเหอะ อยากรู้แกใช้ไรอยู่ฟระ ขอรูปประกอบด้วย...คนอื่นๆ ด้วยนะ เรียนเชิญ
7/4/2007 If I could save time in a bottlePTFE ไม่ใช่ PA เป็น Laminated material เนื้อนิ่มกว่า PCBTEC ทำม่ายด้ายยยยย กรี๊สสสส ความหวัง ดับวูบ ภายในครึ่งนาที พังทลาย เรียนไม่จบแล้วตรู
นั่นเป็นเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นตอนกลางวัน ช่างมัน เดี๋ยวมันก็แก้ได้
วันนี้คุณณัฎฐ์แวะเค้ามาทัก เลยแอบเปิดสเปซไปดู ก็พบอาถรรพ์อะไรบางอย่างเกี่ยวกะเรื่องเวลาในขวดแก้ว ไม่รู้เป็นอะไรกะเรื่องนี้นักหนาต้องมาตามหลอกหลอนกันเป็นระยะๆ เราเริ่มอ่านเรื่องนี้ตั้งแต่พิมพ์กระดาษสีน้ำตาลเหม็นๆ (พิมพ์ครั้งที่หนึ่ง) จากห้องสมุดประชาชนที่ไกลบ้านมากๆ อุตส่าห์ถ่อไป ยืมกลับมาอ่านที่บ้าน ตอนนั้นม. 3 ได้มั๊ง เป็นนิยายเรื่องแรกที่อ่านจนจบในเวลาอันสั้น เป็นหนังสือครูที่ทำให้เราชอบอ่านหนังสือเล่มต่อๆ มาอีกหลายเล่ม ชอบนิยายเรื่องนี้มากถึงขนาดขอพ่อไปเรียนไวโอลิน ซื้อเล่มที่พิมพ์ครั้งที่สิบมาเก็บ แล้วสุดท้ายก็ให้ไอ้แป้งไปอ่านตอนบินไปเรียนที่ออส ในใจคิดว่าไอแป้งควรได้อ่านเพราะมันห้าวเหมือนป้อมตัวละครในนิยายซะจริงๆ กะให้ยืมอ่าน แต่เห็นท่าว่ามันจะไม่คืนเลยซื้อเล่มใหม่มาขึ้นหิ้งไว้แทนพิมพ์ครั้งที่สิบกว่าๆ อาจเป็นครั้งที่สิบสองรึเปล่า ไม่แน่ใจ แล้วไปทำหายตอนออกไปปิคนิคที่สนามหญ้าหน้าบ้าน โกรธตัวเองอยู่พักใหญ่ ไม่รู้หายไปได้ยังไง ตอนนี้ก็ยังงงอยู่ ผีเอาไปแอบแน่ๆ ต่อมาซักพักเก็บตังค์ซื้อใหม่อีกครั้งเป็นฉบับที่พิมพ์ครั้งที่หลายสิบแล้ว หน้าปกไม่สวย แถมแพงขึ้นอีกตะหาก...แล้วก็ลืมเรื่องนี้ไประยะนึง
จนปีต่อมาย้ายโรงเรียนดนตรีไปใกล้ๆ บ้าน ได้ไปเรียนกีตาร์กะพี่ยิว (คนเขียนเพลง) พี่เค้าเล่นเพลง Time in a bottle ให้ฟัง ชอบมากกกก เลยให้พี่เค้าสอน ขอซีดีของ Jim Croce พี่เค้ามาก๊อป แต่ก่อนซีดีแผ่นนึงแพงโคตรๆ ที่ก๊อปซีดีก็หาย๊ากยาก... กว่าจะได้แผ่นก๊อปนี้มาเลือดตาแทบกระเด็นกันเลยทีเดียว ถ่ายเอกสารปกซีดีไว้ด้วยทุกหน้า เหมือนคนบ้าเลยอ่ะ คลั่งเพลงนี้อยู่เป็นหลายเดือน จนถึงวันที่พี่ยิวเค้าจะเลิกสอนไปทำเทปต่อ ก่อนเรียนเสร็จพี่ยิวเดินออกไปนอกห้องซ้อม แล้วกลับมาพร้อมกับเนื้อเพลงเวลาในขวดแก้วที่พี่เค้าไปแอบนั่งเขียนมาให้ด้วยลายมือที่โคตรวิจิตร ทุกวันนี้ก็ยังเก็บไว้อย่างดีทีเดียวและยังขอบคุณครูคนนี้เสมอ ถ้าจะเอาไปเข้ากรอบจะมีใครหาว่าเวอร์ป่ะเนี่ยะ
พอเข้ามหาลัย (หรือ ม.ปลาย) ก็มีเรื่องเวลาในขวดแก้วมารีเมค ในเวอร์ชั่นออย+แอน ดูมั่งไม่ดูมั่ง เพราะชอบอ่านเอามากกว่า จิตนาการสวยงามกว่าที่เค้าเอามาทำป็นหนังเยอะ เพลงเพราะดีร้องโดยกรพิรธุ์กะอู๋ แล้วไอจ๊อยส์ดันมาใช้ฉายาในอินเตอร์เน็ตแทนตัวเองว่าเวลาในขวดแก้ว จำไม่ได้ว่าเกิดอะไรขึ้น แต่สุดท้ายก็ก๊อปซีดีของ Jim Croce ให้จ๊อยไปแผ่นนึง (น่าจะเป็นวันเกิดจ๊อยนะ) แล้วจ๊อยก็ย้ายมหาลัย
จบมหาลัย ทำสเปซ เพียวก็ทำสเปซชื่อว่า Time in a bottle
จนวันนี้เข้าสเปซคุณณัฏฐ์ก็เจอเรื่องเวลาในขวดแก้วอีกแล้ว เดจาวูก็ไม่เชิง รู้แต่ว่ามันต้องมีเหตุการณ์ทำให้คิดถึงนิยายเรื่องนี้อยู่เสมอๆ แปลกดี...สุดท้ายวันนี้ก็จบลงด้วยการคุ้ยหาเพลง Time in the bottle จากอินเตอร์เน็ตมาฟังให้หายคิดถึงซักหน่อย~
ปล. ยังจำได้ว่าอ่านกี่รอบก็ร้องไห้ตอนที่พ่อกะแม่นัททะเลาะกันในวันเกิดของหนิง เกลียดประภัสสรไปเลย คนบ้าอะไร เขียนหนังสือให้เราร้องไห้ได้ด้วยอ่ะ |
|
|